ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำหนังสือปลอมขึ้นฉะบับหนึ่งลงนาม ส.นายเวรคลังกรมไปรษณีมีข้อความรับรองหักเงินเดือนจำเลยชำระให้โจทก์ไปแสดงต่อโจทก์ ๆ หลงเชื่อว่าเป็นคำรับรองอันแท้จริง จึงได้จ่ายเงินกู้ให้จำเลยไป ๓๓๐ บาท และจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ ความจริงปรากฎว่า ส.มิได้ลงนามรับรองในหนังสือนั้น โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๒๒-๒๒๔-๓๐๔

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่ได้ปลอมหนังสือของโจทก์ ๆ จึงมิได้เป็นผู้เสียหายส่วนข้อฉ้อโกงปรากฎว่าเงิน ๓๓๐ บาทตามสัญญากู้นั้นเป็นเงินที่เปลี่ยนจากสัญญากู้เดิมโจทก์มิได้หลงเชื่อจ่ายเงินให้จำเลยตามที่หลอกลวง พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยจะถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตาม ม.๒๒๒ (๑) หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เสียหายตามที่กล่าวใน ม.๒๒๒ นี้มิใช่ฉะเพาะแต่ผู้ที่ถูกปลอมแม้จะเป็นสาธารณชนผู้หนึ่งผู้ใดที่อาจได้รับความเสียหายเพราะการปลอมนั้นก็ถือว่าเป็นผู้เสียหาย คดีนี้แม้จำเลยจะไม่ได้ปลอมหนังสือของโจทก์ก็ดี ถ้าจำเลยได้นำหนังสือปลอมนั้นมาใช้แก่โจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์หลงจ่ายเงินให้จำเลยไปก็ต้องถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหาย จากหนังสือปลอมนั้น แต่คดีนี้โจทก์หาได้จ่ายเงินให้จำเลยไปโดยหลงเชื่อในเหตุที่จำเลยนำหนังสือปลอมมาหลอกลวงโจทก์ไม่ จะฟังว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th