ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงโดยมีเจตนาฆ่าช. ผู้เสียหายและ ก. ผู้ตายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะกระทำการตามหน้าที่ เป็นเหตุให้ก. ถึงแก่ความตาย แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 289 และคืนอาวุธปืนของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 สำคัญผิดว่าผู้เสียหายและผู้ตายเป็นคนร้าย จึงใช้อาวุธปืนของกลางยิงไปที่ผู้ตายเพื่อป้องกันตนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นด้วยความประมาทของจำเลยที่ 1 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 3 ปี ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องและคืนของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 สำคัญผิดโดยมีเหตุอันสมควรว่าผู้ตายเป็นคนร้ายและใช้อาวุธปืนยิงจำเลยที่ 1 ก่อนการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายมิใช่เกิดขึ้นด้วยความประมาทของจำเลยที่ 1 และเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบมาตรา 62 วรรคแรกพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า มีเสียงปืนจากทางฝ่ายผู้ตายก่อน ขณะนั้นเป็นยามวิกาล และหมู่บ้านที่เกิดเหตุมีโจรผู้ร้ายชุกชุมจนถึงกับทางราชการต้องจัดเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันเหตุร้ายเวลากลางคืนย่อมมีเหตุอันสมควรที่จำเลยที่ 1 จะเข้าใจว่า ฝ่ายผู้ตายซึ่งใช้อาวุธปืนยิงก่อนนั้นเป็นคนร้ายและใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนประกอบกับขณะนั้นผู้ตายและผู้เสียหายอยู่ห่างจากจำเลยที่ 1 เพียงประมาณ15 เมตร จำเลยที่ 1 ไม่อาจทราบได้ว่าจะมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนอีกหรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงไปที่ผู้ตายทั้งชุดในภาวะเช่นนั้น จึงมิใช่เป็นการกระทำด้วยความประมาทและถือได้ว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบมาตรา 62 วรรคแรก

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th