ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันปล้นแลฆ่าเจ้าทรัพย์ตาย ขอให้ลงโทษตาม ม.๒๕๐-๓๐๑,๗๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าจำเลยทำการปล้นทรัพย์ แต่ฟังว่าจำเลยได้รับทรัพย์ไว้โดยรู้ว่าได้มาจากการปล้น จึงพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ม.๓๒๒ จำคุกคนละ ๗ ปี เพิ่มโทษนายผิวจำเลยตาม ม.๗๒ เป็น ๙ ปี ๔ เดือน
โจทก์ จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยศาลชั้นต้นว่าฟังไม่ได้ว่า จำเลยทำการปล้น และฟังว่าจำเลยรับของโจร แต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่าเป็นทรัพย์ได้มาจากการปล้น จึงแก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๒๑ จำคุกจำเลยคนละ ๕ ปี เพิ่มโทษจำเลยตาม ม.๗๒ เป็น ๖ ปี ๘ เดือน
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้น
ศาลฎีกาตัดสินว่า ฎีกาโจทก์ต้องห้ามตามพ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๑ ม.๕ ให้ยกฎีกา+
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


