ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างที่โจทก์ยังเป็นผู้เยาว์ โจทก์เป็นเจ้าของที่แปลงพิพาทได้ให้นายหลุนบิดาดูแลแทน นายหลุนแพ้คดี จำเลยได้ยึดที่พิพาทไปขายทอดตลาดชำระหนี้โดยรู้ว่าเป็นที่ของโจทก์ จึงขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ให้ขายทอดตลาดถอนชื่อจำเลยใส่ชื่อโจทก์แทน จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของนายหลุน จำเลยได้ซื้อและครอบครองทำประโยชน์มา 3 ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยซื้อนาแล้วเข้าครอบครองทำนามา 3 ปี โจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องเพราะละทิ้งสละสิทธิครอบครองเกิน 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ข้อต่อสู้เช่นนี้เป็นข้อต่อสู้ในเรื่องกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองโดยตรงที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 จึงตกไป ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่โจทก์บรรลุนิติภาวะ คดีจึงไม่ขาดอายุความนั้นฟังไม่ขึ้นเพราะเมื่อคดีขาดอายุความแล้วโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องคดีอยู่เองโจทก์มีผู้แทนโดยชอบธรรมอยู่ตลอดเวลา โจทก์จึงอ้างมาตรา 183 เป็นประโยชน์แก่โจทก์ไม่ได้ ไม่มีกฎหมายอื่นใดคุ้มครองให้โจทก์ฟ้องคดีที่ขาดอายุความแล้วได้ เมื่อโจทก์ฟ้องเอาคืนการครอบครองที่พิพาทไม่ได้เพราะเกินกำหนดเวลา 1 ปี ตามมาตรา 1375แล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าการยึดและขายที่นาเป็นไปโดยไม่ชอบ หรือจำเลยไม่สุจริตในการซื้อขายทอดตลาดจากศาล ก็ไม่เป็นเหตุที่โจทก์จะอ้างขึ้นเพื่อเรียกนาคืนไปจากจำเลยได้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


