ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพาอาวุธมีดแบบปอกผลไม้ 1 เล่มยาว 1 คืบติดตัวไปในโรงภาพยนตร์โดยไม่มีเหตุสมควรและใช้อาวุธมีดนั้นแทงนายประจวบ ชอบใจ ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 91, 297, 371 ริบอาวุธมีดของกลางและบวกโทษของจำเลยที่รอไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4936/2530ของศาลแขวงพระนครเหนือเข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าถูกลงโทษและรอการลงโทษจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 91, 297, 371 ลงโทษตามมาตรา 297 อันเป็นบทหนัก จำคุก 5 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก2 ปี 6 เดือน บวกโทษจำคุก 15 วันที่รอการลงโทษไว้ รวมจำคุก 2 ปี6 เดือน 15 วัน ริบอาวุธมีดของกลาง โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะข้อหาฐานพาอาวุธ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้พาอาวุธมีดแบบปอกผลไม้ 1 เล่ม ยาวประมาณ1 คืบ ติดตัวไปในโรงภาพยนตร์จักรวาลอันเป็นที่ชุมนุมชนโรงมหรสพจัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริงโดยไม่มีเหตุสมควร และจำเลยได้ใช้อาวุธมีดนั้นแทงทำร้ายร่างกายนายประจวบ ชอบใจ ผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำการดังฟ้องดังนี้ แม้มีดแบบปอกผลไม้ที่จำเลยพาไปจะมิใช่อาวุธโดยสภาพก็ตามแต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(5) ให้คำจำกัดความคำว่า "อาวุธ"ว่า "หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพแต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ"เมื่อจำเลยได้ใช้มีดแบบปอกผลไม้ตามฟ้องแทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส มีดแบบปอกผลไม้ที่จำเลยพาไปจึงเป็นอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 จำเลยจึงมีความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว และการที่จำเลยพาอาวุธมีดไปนั้นเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัสจึงต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ที่ศาลล่างพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา371 อีกบทหนึ่ง ให้ปรับ 100 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 50 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />