ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดีต่อศาลจังหวัดชลบุรี ในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1810/2515 ของศาลจังหวัดชลบุรีข้อหาว่ากระทำความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า ว่าโจทก์บอกจำเลยกับนายบุญตรงให้ไปยิงนายสำราญ ความจริงโจทก์ไม่เคยบอกเช่นนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 180, 181
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาว่าเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 181 ส่วนข้อหาแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามมาตรา 180 ไม่มีมูลให้ยกฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาเมื่อสืบพยานโจทก์ไปหมดแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 180, 181 ให้ลงโทษตามมาตรา 181(2) บทหนักตามมาตรา 90 จำคุก 8 ปี ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 6 ปี
โจทก์จำเลยอุทธรณ์ แต่โจทก์มรณะเสียก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีโดยไม่มีผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 181(2) จำคุก 4 ปี ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ตายแล้ว ไม่มีผู้ใดดำเนินคดีแทน ศาลจะดำเนินคดีต่อไปไม่ได้ ชอบที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นว่าความผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลย เป็นความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 3 อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน มิใช่ความผิดอันยอมความได้ แม้โจทก์มรณะก็ไม่เป็นเหตุขัดข้องแก่การดำเนินคดีต่อไป ถือได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องร้องแทนแผ่นดิน ศาลจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ ส่วนในข้อที่จำเลยฎีกาโต้เถียงเรื่องจำเลยมิได้สารภาพโดยสมัครใจก็ดี หรือขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยก็ดี เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและกรณีดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการแก้น้อย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

