ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านของโจทก์เพื่อค้าขาย เมื่อสิ้นอายุสัญญาเช่าจำเลยขอผัดจะออกไปจากบ้านโจทก์ภายในกำหนด 1 ปีต่อมาจำเลยสัญญาว่าจะขนย้ายออกจากบ้านโจทก์ภายใน 3 ปี ครั้นครบกำหนดจำเลยไม่จัดการย้ายออกไป จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้ใช้ค่าเสียหายด้วย

จำเลยให้การว่า เช่าบ้านโจทก์อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความที่โจทก์จำเลยตกลงกันนั้น ถือได้ว่าเป็นความยินยอมของจำเลยที่จะออกจากบ้านเช่า จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครอง พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์จำเลยทำความตกลงกันโดยจำเลยในฐานะผู้เช่าให้ความยินยอมโยกย้ายออกไปโดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ เมื่อครบ 3 ปีนั้น หาได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยแต่ประการใดไม่เพราะจำเลยมิได้ให้ความยินยอมดังกล่าวในวันหรือก่อนทำสัญญาเช่ากลับปรากฏว่าได้ปฏิบัติกันมาตามสัญญาเช่าอันมีกำหนดระยะเวลาหนึ่งแล้ว ครั้นครบกำหนดระยะเวลานั้นแล้ว ผู้ให้เช่ากับผู้เช่าก็ยังได้มีการต่ออายุสัญญาเช่าออกไปอีกระยะหนึ่ง โดยทำความตกลงกันไว้ว่าเมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ต่อออกไปนี้แล้ว ทางผู้เช่ายินยอมจะออกไปจากที่เช่า ดังนี้ถือได้แล้วว่า โจทก์ได้รับความยินยอมจากจำเลยผู้เช่าตามความหมายของมาตรา 17(5) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th