ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี ๒๕๓๕ โจทก์ทั้งสองยกที่ดินให้แก่จำเลย ซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หา หลังจากนั้นจำเลยไม่เคย ดูแลช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ จำเลยประพฤติเนรคุณ โจทก์ทั้งสองด้วยการด่าโจทก์ทั้งสอง ทำให้โจทก์ทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียง โจทก์ทั้งสองไม่อาจทนอยู่ในบ้านหลัง เดียวกันกับจำเลยได้ ต้องออกไปปลูกกระท่อมอยู่กันเพียงลำพัง ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาของศาลเป็น การแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยประพฤติเนรคุณหมิ่นประมาท หรือด่าว่าโจทก์ทั้งสอง ไม่เคยไล่โจทก์ทั้งสองออกจากบ้าน จำเลยไม่เคยทอดทิ้งโจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ ๒ ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นทายาทยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อปรากฏว่าชั้นอุทธรณ์โจทก์ที่ ๒ มิได้อุทธรณ์ คดีระหว่างโจทก์ที่ ๒ กับจำเลย เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่โจทก์ที่ ๑ ฎีกาข้อแรกว่า จำเลยด่าโจทก์ทั้งสองในลักษณะขับไล่ไสส่งว่าอยากได้ที่พิพาทให้ไปฟ้องเอา ทำให้โจทก์ทั้งสองอับอายขายหน้าและไปอาศัยอยู่กับบุคคลอื่น การกระทำของจำเลยถือว่าร้ายแรง และเป็นการประพฤติเนรคุณโจทก์ทั้งสอง เห็นว่า คดีนี้ตาม คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ได้พิจารณาพยานหลักฐานถ้อยคำเบิกความพยานบุคคลของโจทก์และพยานจำเลยที่ นำสืบมาโดยละเอียดชัดเจนแล้ว ฟังเป็นยุติว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยประพฤติเนรคุณโจทก์ทั้งสองด้วยการทำให้โจทก์ทั้งสองเสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองอย่างร้ายแรงฎีกาของโจทก์ที่ ๑ ที่ยกข้อโต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มานั้นไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลล่าง ทั้งสองได้ ที่โจทก์ที่ ๑ ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ ๑ ในประเด็นที่จำเลยไม่รับอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเพราะเหตุไม่มีประเด็นมาในศาลชั้นต้นเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ได้กล่าวไว้โดยละเอียดเช่นกันว่า เมื่อคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองไม่บรรยายว่า จำเลยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ทั้งสองในเวลาที่โจทก์ทั้งสองยากไร้และจำเลยยังสามารถให้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๓) แม้คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองจะได้บรรยายมาว่า โจทก์ทั้งสองทนอยู่บ้านเดียวกับจำเลยไม่ได้ จึงต้องออกไปปลูกกระท่อมอยู่เพียงลำพัง ก็เป็นการกล่าวบรรยายถึงผลจากการที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสองเสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งสองอย่างร้ายแรงเท่านั้น กรณีจึงไม่มีประเด็นดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและโจทก์ที่ ๑ อุทธรณ์มา ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ก็ไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ที่ ๑ ที่โต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ดังกล่าวในข้อนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ได้เช่นกัน โดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย เห็นว่า ฎีกาทุกข้อของโจทก์ที่ ๑ เป็นสาระแก่คดีไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งสอง คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดชั้นฎีกาแก่โจทก์ทั้งสอง ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th