ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 6476เนื้อที่ 1 งาน 43 9/10 ตารางวา จำเลยเข้าปลูกบ้านเลขที่ 26/5เพื่ออยู่อาศัยโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินคนเดิม โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยปลูกบ้านบนที่ดินของโจทก์ต่อไปขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 26/5 ออกไปจากที่ดินโจทก์และห้ามจำเลยกับบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์ต่อไป

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 6176 แต่จำเลยและนางสำลีภริยาได้ซื้อจากนางลม้ายมารดาของภริยาจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเดิม ตอนซื้อเป็นที่ดินมือเปล่ามีเพียงหนังสือแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) เมื่อซื้อแล้วนางลม้ายได้ส่งมอบให้จำเลยและภริยาเข้าครอบครองมาจนบัดนี้เป็นเวลา16 ปีเศษ เมื่อปี 2520 นางลม้ายขอออกโฉนดในนามของนางลม้ายไปก่อนแต่จำเลยกับภริยาก็ยังครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีจำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ ขอให้พิพากษายกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยกับบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 26/5 ออกไปจากโฉนดที่ดินเลขที่ 6176 ตำบลโรงเข้อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ของโจทก์ และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องต่อไป

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท จำเลยเข้ามาปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของนางลม้าย ทองมีแสง เจ้าของเดิมจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นของจำเลยคดีจึงมีประเด็นที่โต้เถียงกันแต่เพียงว่าที่ดินพิพาทเป็นของฝ่ายใดเท่านั้น ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการครอบครองปรปักษ์แต่ประการใดเพราะการครอบครองปรปักษ์จะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้วหรือไม่เป็นการกำหนดประเด็นที่ไม่ถูกต้องตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 และมาตรา 183เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปตามประเด็นที่ถูกต้องได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว ฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th