ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออก น.ส.3ก. ทับที่ดิน น.ส.3 ของโจทก์บางส่วน และต่อมาได้บุกรุกเข้าไปเพาะปลูกในที่ดินส่วนดังกล่าวขอให้ขับไล่
จำเลยให้การว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่พิพาทโดยการครอบครองมาโดยตลอดตั้งแต่ พ.ศ. 2519 โจทก์ขาดสิทธิเรียกคืนการครอบครอง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยให้ถ้อยคำรับรองต่อปลัดอำเภอท้องที่ที่พิพาทว่าจำเลยได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินทับที่ดินของโจทก์จริง และให้สัญญาว่าจะนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยมอบให้แก่เจ้าพนักงานเพื่อดำเนินการเพิกถอนส่วนที่ทับที่พิพาท มีลักษณะเป็นคำรับที่ทำให้ตนเองเสียประโยชน์ จำเลยไม่อาจกล่าวอ้างได้อีกว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่ของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ดังนั้น นับแต่วันที่จำเลยให้ถ้อยคำ การที่จำเลยยังคงครอบครองที่พิพาทอยู่ถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนโจทก์ระหว่างรอการส่งมอบหาใช่ครอบครองแทนโดยเจตนายึดถือเพื่อตนไม่ จำเลยครอบครองนานเท่าใดก็ไม่ได้สิทธิครอบครอง โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเพิกถอน น.ส.3ก.ส่วนที่ออกทับที่พิพาทขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารได้
พิพากษากลับ ให้เพิกถอน น.ส.3ก. ของจำเลยส่วนที่ทับที่พิพาทขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทและห้ามเกี่ยวข้อง.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

