ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ความว่า จำเลยกับพลตำรวจอีก 2 คนนำผู้ต้องหา 3 คนเพื่อไปส่งอัยการจังหวัด ระหว่างทางพลตำรวจอีก 2 คนคุมผู้ต้องหาอีก 2 คน แยกทางไปแวะบ้านพวกพ้องผู้ต้องหา จำเลยคงคุมผู้ต้องหาคนหนึ่งมาก่อนนัดกันให้ไปคอยข้างหน้า บังเอิญผู้ต้องหาที่พากันแยกไปบางคนป่วยจำเลยคอยอยู่ 1 คืนกับครึ่งวันเห็นผิดนัดก็คุมผู้ต้องหาคนเดียวนั้นไปส่งอัยการ ๆ ถามถึงผู้ต้องหาอีก 2 คนนั้น ตอนนี้คำพยานโจทก์และคำจำเลยโต้เถียงกัน โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อพนักงานอัยการว่า ร. กับ จ. ผู้ต้องหา 2 คนนั้นหลบหนีเสียระหว่างทางคงเหลือคนเดียว จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่า ได้ตอบอัยการว่าน่ากลัวจะหนีระหว่างทางเพราะไม่เห็นมาตามนัด

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118แก้ไขเพิ่มเติม 2477 (ฉบับที่ 3) มาตรา 3 จำคุก 15 วัน ปรับ 40 บาท ยกโทษจำ

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พนักงานอัยการจังหวัดให้การว่าทางอัยการไม่เสียหายในหน้าที่ราชการอย่างไร นอกนั้นไม่ได้ความว่าสาธารณชนหรือบุคคลใดอาจเสียหายอีก จำเลยยังไม่มีผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังดังกล่าว เห็นว่าคำแจ้งของจำเลยจะเป็นเท็จหรือไม่ยังโต้เถียงกันอยู่ แต่ถึงแม้จะฟังว่าเป็นเท็จ คดีก็ยังไม่ได้ความว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่า ถ้อยคำของจำเลยเป็นความเท็จ ตามรูปคดีแสดงว่าจำเลยกล่าวโดยเชื่อว่าเป็นความจริงด้วยซ้ำ และเห็นว่าตามคำพยานโจทก์แสดงอยู่ว่า จำเลยมิได้มีเจตนากระทำผิดทางอาญา

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th