ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีพระปลัดสำอางค์ คุณธัมโมเป็นเจ้าอาวาส โจทก์มอบอำนาจให้นายลิ้มนิ่มน้อย และนายวิชาญ สืบสมุทร ฟ้องคดีแทน ขณะที่พระครูเวชคามคณารักษ์เป็นเจ้าอาวาสได้มอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บัญชีเลขที่25737 ให้จำเลยเก็บรักษา กับให้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกจ่ายเงินในบัญชีได้ เมื่อพระครูเวชคามคณารักษ์ถึงแก่มรณภาพไป โจทก์ให้จำเลยส่งสมุดบัญชีเงินฝากแก่โจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาท่าเรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บัญชีเลขที่ 25737 พร้อมทั้งให้ยื่นหนังสือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเบิกจ่ายเงินต่อธนาคารให้ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นผู้เบิกจ่ายเงินในบัญชีดังกล่าวได้ให้แก่โจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

จำเลย ขาดนัด ยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บัญชีเลขที่ 25737 แก่โจทก์กับให้จำเลยทำหนังสือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเบิกจ่ายยื่นต่อธนาคารโดยให้นายลิ้ม นิ่มน้อย และนายวิชาญสืบสมุทร เป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินแทนโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

จำเลย อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลย ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เดิมขณะที่พระครูเวชคามคณารักษ์หรือหลวงพ่อตาบเป็นเจ้าอาวาสโจทก์เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ธนาคารออมสิน สาขาท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บัญชีเลขที่ 25737 ตามสำเนาแบบขอฝากเงินของนิติบุคคล เอกสารหมายจ.4 โดยพระครูเวชคามคณารักษ์มอบให้จำเลยเป็นผู้เก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวและเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อถอนเงินจากบัญชีแต่ผู้เดียว ต่อมาเมื่อปี 2532 พระครูเวชคามคณารักษ์ได้มรณภาพ พระปลัดสำอางค์ คุฒธัมโมได้เป็นเจ้าอาวาส ตามภาพถ่ายตราตั้งเจ้าอาวาสเอกสารหมาย จ.2 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า โจทก์โดยพระปลัดสำอางค์มีสิทธิเรียกให้จำเลยส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวคืนให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาในประการแรกว่า พระปลัดสำอางค์เคยถูกถอดถอนจากตำแหน่งผู้รักษาการเจ้าคณะตำบลดอนพุดและตำแหน่งเลขานุการเจ้าคณะอำเภอบ้านหมอ ถือได้ว่าขาดคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้าอาวาสโจทก์ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในคดีนี้นั้น เห็นว่า ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลฎีกาจะยกขึ้นวินิจฉัยได้ต้องเกิดจากข้อเท็จจริงในกระบวนพิจารณาโดยชอบ เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การจึงเท่ากับจำเลยมิได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การในข้อที่เกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติเป็นเจ้าอาวาสของพระปลัดสำอางค์ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในข้อนี้ แม้จำเลยได้นำสืบต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นและยกขึ้นกล่าวอ้างในขั้นอุทธรณ์ด้วยก็ตามก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาประการสุดท้ายที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.3 ปิดอากรแสตมป์เพียง 30 บาท เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจดังกล่าว โจทก์โดยพระปลัดสำอางค์ในฐานะเจ้าอาวาสได้มอบอำนาจให้นายลิ้ม นิ่มน้อยและนายวิชาญ สืบสมุทร ในฐานะผู้รับมอบอำนาจร่วมกระทำการด้วยกันโดยเป็นโจทก์ฟ้องคดีแก่จำเลยเกี่ยวกับสมุดบัญชีเงินฝากในธนาคารมิได้ให้แต่ละคนที่รับมอบอำนาจไปแยกกระทำการต่างหากจากกันดังจะเห็นได้จากใบแต่งทนายความที่ผู้รับมอบอำนาจทั้งสองคนก็ได้ลงลายมือชื่อร่วมกันเพื่อแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีนี้ จึงเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลหลายร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ซึ่งตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากรข้อ 7 (ข) กำหนดค่าอากรแสตมป์ไว้ 30 บาท ดังนั้น หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมายจ.3 จึงเป็นการปิดอากรแสตมป์ถูกต้องตามกฎหมายและศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

อนึ่ง ปรากฏตามสำเนาบัญชีเงินฝากและสำเนาแบบขอฝากเงินของนิติบุคคลเอกสารหมาย จ.4 ว่าการเปิดบัญชีเงินฝากรายพิพาทนี้ทำในนามวัดโจทก์ จำเลยเป็นเพียงผู้มีสิทธิลงลายมือชื่อเบิกจ่ายเงินตามบัญชีดังกล่าวแทนโจทก์ได้เท่านั้น ดังนี้หากโจทก์ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขลายมือชื่อผู้มีสิทธิเบิกจ่ายเงินตามบัญชีดังกล่าวอย่างไร โจทก์ก็ย่อมทำได้อยู่แล้ว กรณีไม่มีนิติกรรมอย่างใดให้จำเลยต้องไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเกี่ยวกับตัวบุคคลที่จะลงลายมือชื่อเบิกจ่ายเงินให้แก่โจทก์ จึงบังคับให้จำเลยดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้จำเลยไปยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเบิกจ่ายเงินต่อธนาคาร โดยให้นายลิ้มนิ่มน้อย กับนายวิชาญ สืบสมุทรผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินแทนโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th