ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ 60,000 บาท แล้วไม่ชำระโจทก์มีหนังสือทวงถาม ให้จำเลยชำระหนี้ 2 ครั้งแล้วซึ่งมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่จำเลยก็ไม่ชำระหนี้ จำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแต่อย่างใดขอให้พิพากษายกฟ้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่คู่ความไม่โต้เถียงกันชั้นฎีกาว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน และต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวปัญหามีว่าจำเลยอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์จำเลยต่างรับราชการครูในโรงเรียนเดียวกัน โดยจำเลยเป็นข้าราชการครู ระดับ 6 ได้รับเงินเดือนในอัตรา 7,200 บาท หนี้ที่โจทก์ฟ้องได้ความจากโจทก์ว่าให้จำเลยกู้ยืมไปหลายครั้ง ได้ใช้หนี้กันไปแล้วมากู้ยืมกันใหม่ครั้งก่อน ๆ ไม่ได้ทำหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือ เป็นเงิน50,000 บาท วันทำสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.1 จำเลยกู้ยืมอีก10,000 บาท จึงรวมจำนวนเงินเป็น 60,000 บาท และในการทำสัญญากู้ยืมดังกล่าวมีนางสาวพัฒนาซึ่งเป็นครูโรงเรียนเดียวกันเป็นผู้ค้ำประกัน แต่โจทก์ก็ไม่ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งก่อนและไม่ได้ทวงถามให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้อีกด้วย เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยให้เป็นบุคคลล้มละลายคดีนี้ จำเลยได้นำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์เป็นจำนวน 10,000 บาท แต่โจทก์ก็ไม่รับไปจนภายหลังจำเลยมาขอรับเงินคืนจากศาลไปแล้ว ได้ความจากนางสาวอารีวรรณผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดประจวบคีรีขันธ์พยานโจทก์ว่าจำเลยเคยกู้ยืมเงินสหกรณ์ไป 55,000 บาท แต่จำเลยก็ชำระหนี้หมดแล้ว จำเลยได้กู้ยืมเงินธนาคารกสิกร จำกัด สาขาสามร้อยยอดและธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาปราณบุรี รายละ 30,000 บาท ตามคำเบิกความของนายชาญเวช และนางพรทิพย์พยานโจทก์ก็ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระไปบ้างแล้วคงค้างต้นเงิน 20,575 บาท และ 19,544 บาทตามลำดับ รายนางอัมพร และนางอนงค์พยานโจทก์ที่จำเลยกู้ยืมไปรายละ 10,000 บาท จำเลยได้ผ่อนชำระไป 2,300 บาท และ 1,100บาท ตามลำดับ ส่วนที่จำเลยกู้ยืมเงินนางสมหมายพยานโจทก์เป็นเงิน20,000 บาท ก็ได้ความว่านางสมหมายประสงคืให้จำเลยคืนเป็นเงินก้อนไม่ต้องการให้ผ่อนชำระ และยังไม่ได้ทวงถามหรือฟ้องร้องให้ชำระอีกด้วย พฤติการณ์ดังนี้แสดงว่าจำเลยขวนขวายหาเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้และยังมีความสามารถชำระหนี้ได้อันเป็นเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th