ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยรื้อหลังคาเรือนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ระหว่างหลัก ย.409845 กับหลัก ย.461688 ออกเสีย ให้โจทก์รื้อหลังคาเรือนโจทก์ที่รุกล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ดินของจำเลยออกเสีย คู่ความขอให้ศาลไปตรวจดูและชี้ขาดไปตามคำพิพากษาคู่ความจะปฏิบัติตามศาลได้ไปตรวจดูสถานที่พร้อมด้วยคู่ความและจ่าศาล ได้ขึงเชือกจากหลักกลาง ย.409845 ชักเส้นตรงไปทางทิศเหนือถึงหลัก ย.461688 เป็นแนวเขตตามแผนที่กลาง ได้ทิ้งดิ่งจากชายคาจำเลย ดิ่งตกเสมอกับเชือกที่ขึงเป็นแนวเขตพอดี จึงเป็นอันเชื่อว่า จำเลยได้รื้อหลังคาที่รุกล้ำแนวเขตของโจทก์แล้ว ส่วนที่ให้โจทก์รื้อชายคาที่รุกล้ำเข้าไปในที่จำเลย ศาลได้ขึงเชือกจากหลัก ย.409845 ซึ่งเป็นหลักกลางไปยังหลัก ย.415625 ซึ่งเป็นหลักทางทิศใต้ แล้วทิ้งดิ่งจากชายคาโจทก์ ปรากฏว่าทางด้านเหนือ ชายคาโจทก์รุกล้ำเข้าไปในเขตจำเลย 47 เซนติเมตร ตรงหลักเขต ย.415625 ชายคาเขตโจทก์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย 10 เซนติเมตร เป็นอันฟังว่า โจทก์ยังมิได้รื้อหลังคาที่รุกล้ำที่ดินของจำเลยตามคำพิพากษา จึงให้โจทก์รื้อหลังคาที่รุกล้ำนี้ออกเสีย
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นไปสอบด้วยวิธีการขึงเชือกและทิ้งดิ่งนั้น เป็นการสอบแนวเขตถูกต้องและชอบด้วยคำพิพากษาแล้ว
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


