ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองพรากเด็กหญิงชลธิราอายุ 14 ปีผู้เสียหายไปเสียจากนายชลอบิดา เพื่อการอนาจารโดยผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยและจำเลยที่ 1 ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย 1 ครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 319, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้เสียหายสมัครใจไปเที่ยวกับจำเลยกับพวกและยอมให้จำเลยที่ 1 กระทำชำเรา ไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยพรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารแต่จำเลยที่ 1 ไม่ผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 319

จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายอายุ 14 ปี อยู่กับนายชลอบิดา วันที่ 20พฤษภาคม 2519 จำเลยทั้งสองและนายพีระพลซึ่งรู้จักผู้เสียหายมาก่อนพาผู้เสียหายไปดูหนัง หนังเลิกผู้เสียหายไม่ยอมกลับบ้าน จำเลยกับพวกและนายพีระพลจึงพาผู้เสียหายไปค้างที่โรงแรมหลายแห่งในสถานที่ต่าง ๆหลายคืนติดต่อกัน บางคืนจำเลยที่ 1 ก็นอนห้องเดียวกับผู้เสียหายและได้กระทำชำเราผู้เสียหายด้วย ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกพรากผู้เสียหายไปเสียจากบิดาเพื่อการอนาจารแล้ว แม้ผู้เสียหายสมัครใจไปกับจำเลยก็เห็นได้ว่าผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์อายุยังไม่เกิน 18 ปี จำเลยที่ 1จึงหาพ้นผิดไม่

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th