ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์ บิดาโจทก์ตายที่พิพาทจึงตกเป็นของโจทก์ เมื่อประมาณ 3 เดือนมานี้ จำเลยเอาที่พิพาทไปแบ่งปันให้พวกพ้องของจำเลยโดยไม่มีอำนาจ จึงขอให้แสดงว่าโจทก์เป็นทายาทผู้รับมรดก ถ้าจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้ผู้อื่น ก็ขอให้ทำลายเอกสารนั้นเสีย และห้ามจำเลยกับพวกเกี่ยวข้องกับที่พิพาท
จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนทำลายหนังสือที่จำเลยตกลงแบ่งนาพิพาทกับนางสาวสุ่น ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นของบิดาโจทก์แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าโจทก์เป็นทายาทโดยธรรม เป็นผู้รับมรดกของบิดา และว่าถ้าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้อื่นแล้ว ก็ขอให้ทำลายเอกสารเสียด้วย แต่โจทก์หาได้ฟ้องผู้รับโอนที่ดินรายนี้จากจำเลย เป็นจำเลยด้วยไม่ จึงไม่ชอบที่จะพิพากษาเลยไปถึงบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้เป็นคู่ความ จึงพิพากษาแก้ว่า โจทก์เป็นทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายฮ่องกาวตามที่โจทก์ขอมา ส่วนที่ขอว่าถ้าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้อื่น ขอให้ทำลายเอกสารเสียด้วยนั้น โจทก์ไม่ได้ฟ้องผู้รับโอนด้วย จึงไม่บังคับให้ตามที่ขอมา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

