ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ได้ความว่า จ.จำเลยเป็นตัวแทนพระภิกษุกลิ่นไปกู้เงินโจทก์มา ๑๖๐๐ บาทการตั้งตัวแทนรายนี้มิได้ทำเป็นหนังสือต่อมาพระภิกษุกลิ่นมรณภาพ มีเงินมฤดกตกอยู่ที่ ก. จำเลย ๑๕๐๐ บาท โจกท์จึงฟ้องจำเลยทั้ง ๒ ขอให้ชำระเงิน
ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ก.จำเลยผู้เดียวฎีกาว่า จำเลยมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ เงิน ๑๕๐๐ บาทที่อยู่ในมือจำเลยเป็นเงินของสงฆ์โจทก์จะเรียกร้องเอาไม่ได้ และจำเลยมิใช่ทายาทของพระภิกษุกลิ่นหรือเจ้าอาวาศวัดห้วยพลู
ศาลฎีกาตัดสิน โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยในฐานเป็นคู่สัญญารหรือทายาทของพระภิกษุกลิ่นหรือเจ้าอาวาศวัดห้วยพลู แต่เพราะจำเลยถือเงินอันเป็นมฤดกของพระภิกษุกลิ่นไว้ตามกฎหมายมฤดกบทที่ ๓๖ มฤดกจะตกเป็นของสงฆ์แต่เมื่อได้ชำระหนี้สืนของผู้มรณภาพเสียก่อนเจ้าหนี้จึงฟ้องเรียกได้และเมื่อจำเลยเป็นผู้รักษาเงินของพระภิกษุกลิ่นไว้ ๑๕๐๐ บาท ก็ต้องรับผิดส่งเงินจำนวนนี้ให้แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ ๆ ไม่มีอำนาจจะเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้เกินจำนวนเงินที่อยู่ในมือจำเลยเพราะจำเลยไม่ได้เป็นทายาทของพระภิกษุกลิ่นจึงพิพากษาให้ ก.จำเลยส่งเงิน ๑๕๐๐ บาทให้โจทก์ โจทก์ชนะคดีไม่เต็มตามฟ้อง จึงให้ ก.จำเลยใช้ค่าธรรมเนียมแทนโจทก์ครึ่งหนึ่ง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


