ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยร่วมกันชำระหนี้ตามใบส่งสินค้าท้ายฟ้อง ฯลฯ
จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่เคยรับว่าเป็นหนี้โจทก์ และไม่เคยขอผ่อนชำระหนี้เป็นลายลักษณ์อักษร โจทก์มิได้นำต้นฉบับหนังสือที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 มีถึงโจทก์ให้ไปเก็บเงินแนบท้ายฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมจำเลยทั้งสองไม่เคยรับสภาพหนี้ คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม หนังสือเอกสารหมาย จ.9ไม่เป็นหนังสือรับสภาพหนี้ และคดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนังสือที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 มีถึงโจทก์ให้ไปเก็บเงินเป็นเพียงพยานหลักฐานซึ่งโจทก์กล่าวแสดงมาในคำฟ้อง เพื่อสนับสนุนข้ออ้างของตนเท่านั้น โจทก์จึงไม่จำต้องแนบต้นฉบับหนังสือดังกล่าวมาท้ายฟ้องด้วยและไม่จำต้องแสดงข้อความและรายละเอียดของหนังสือมาในคำฟ้อง เพราะโจทก์จะต้องส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้แก่จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 และจำเลยมีสิทธิคัดค้านการนำเอกสารดังกล่าวมาสืบดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 125 ได้อยู่แล้ว ฟ้องของโจทก์จึงหาเคลือบคลุมดังจำเลยอ้างไม่
การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้แทนของบริษัทจำเลยที่ 2 ได้บันทึกให้พนักงานเก็บเงินของโจทก์กลับมาเก็บเงินใหม่ เพราะบริษัทจำเลยที่ 2 ยังไม่ส่งเงินมาให้นั้นเป็นการยอมรับว่าบริษัทจำเลยที่ 2 เป็นหนี้ตามใบส่งของเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.8นั้นอยู่จริง ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ผู้แทนบริษัทจำเลยที่ 2 ได้ทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัย ตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องนั้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 172 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว
เมื่อฟังว่าจำเลยที่ 1 ผู้แทนของบริษัทจำเลยที่ 2 ยอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องตามเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.8 นั้นแล้ว อายุความย่อมสะดุดหยุดลงและปรากฏว่านับแต่วันอายุความสะดุดหยุดลงจนถึงวันฟ้องยังอยู่ภายในระยะเวลากำหนด 2 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


