ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ตู้โดยสาร หมายเลขทะเบียน10-0890 สงขลา แล่นไปตามถนนกาญนวนิชโดยความประมาทน่าหวาดเสียวเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียนสงขลา ผ-9694 ที่นายทรงกลด มองมาไพรีขับสวนทางมารถจักรยานยนต์เสียหาย นายทรงกลดถึงแก่ความตายและนายสมบัติหมัดสะอิ ผู้ซึ่งโดยสารรถที่จำเลยขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 34, 43, 78, 158, 160

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายกล่อม มองมาไพรี บิดาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคแรก จำคุก 3 เดือนและปรับ 9,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 6,000 บาทโทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยก

โจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 291ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก6 ปี ด้วย เมื่อรวมกับโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 78, 160 วรรคแรก ซึ่งไม่รอการลงโทษและไม่ปรับแล้วเป็นจำคุก 6 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลย ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่ผู้ตายและจำเลยต่างขับรถด้วยความเร็ว และต่างขับรถเข้าไปในช่องเดินรถของอีกฝ่ายหนึ่ง จึงฟังได้ว่าขับรถโดยประมาททั้งสองฝ่าย ที่จำเลยฎีกาอีกข้อว่า ผู้ตายไม่ใช้ผู้เสียหายตามนิตินัยนั้น เมื่อผู้ตายมีส่วนกระทำผิดด้วยผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบิดาผู้ตาย ย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตามมาตรา 5(2)โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 30 ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโจทก์ร่วมก็ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน คดีนี้โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3จึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th