ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลจังหวัดนครปฐมในการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 681/2523 และ 40/2524 คดีหมายเลขแดงที่ 993-994/2527 ของจังหวัดนครปฐม ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทอันเป็นที่ดินบางส่วนของโฉนดเลขที่ 10273 ตำบลทัพหลวง ของโจทก์โดยสงบเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีโดยจำเลยเบิกความยืนยันต่อศาลว่า"ข้าฯ ไม่เคยขอซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1" ซึ่งหมายความถึงยืนยันว่าจำเลยไม่เคยขอซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 10273 ดังกล่าว ความจริงแล้วจำเลยยังมิได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินดังกล่าวซึ่งเป็นของโจทก์แต่อย่างใด จำเลยเคยติดต่อขอซื้อที่พิพาทจากโจทก์แต่โจทก์ไม่ยอมขายจำเลยมีเจตนาให้ศาลหลงเชื่อว่าจำเลยได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี แล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า คำเบิกความของจำเลยตามฟ้องมิได้เป็นข้อสาระสำคัญในคดี คดีของโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเบิกความในฐานะเป็นโจทก์และอ้างตนเองเป็นพยานตามเอกสารหมาย จ.2 ว่า "ข้าไม่เคยขอซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 "ปรากฏตามคำให้การพยานโจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 681/2523 และ 40/2524 คดีหมายเลขแดงที่ 993-994/2527 ของศาลจังหวัดนครปฐม การวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีดังกล่าวตามเอกสารหมาย จ.3 ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัยโดยเชื่อว่าจำเลยไม่เคยขอซื้อที่พิพาทแต่เชื่อว่าจำเลยได้รับการยกให้จากนายเล้ง แซ่ลิ้ม บิดาจำเลย ดังนี้ เห็นว่าคดีแพ่งดังกล่าวประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีนั้นมีว่า จำเลย (โจทก์คดีเดิม) ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีหรือไม่ด้วยและศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้ว เชื่อว่านายเล้งแซ่ลิ้ม บิดาจำเลยได้ยกที่พิพาทให้จำเลย และจำเลยได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 แล้ว หาใช่หลงเชื่อคำเบิกความจำเลยเพียงคำกล่าวประโยคเดียวตามคำฟ้องที่ว่า "ข้าฯ ไม่เคยขอซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1" ไม่ ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าถึงแม้คำเบิกความของจำเลยจะเป็นเท็จก็มิใช่ข้อสำคัญในคดี เพราะมิใช่เป็นข้อความในประเด็นที่อาจจะทำให้คู่ความถึงแพ้ชนะกันในประเด็นนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา ADMIN

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th