ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 1 ปีโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นางพรรณีเป็นผู้เช่าห้องพิพาทต่อมาเปลี่ยนเป็นร้านขายอาหาร โดยโจทก์เป็นผู้จัดการ ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยเป็นผู้คล้องโซ่ปิดกุญแจประตูอาคารพิพาทและวินิจฉัยว่า "ปัญหามีว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้องหรือไม่ที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์และนางพรรณียอมให้จำเลยปิดร้านนั้นก็มีจำเลยแต่เพียงผู้เดียวเบิกความเช่นนั้นอย่างเลื่อนลอยนายเหลือง ชิดเครือ พยานจำเลยอีกปากหนึ่งซึ่งรู้เห็นเหตุการณ์ดีเพราะเป็นลูกจ้างขับรถของจำเลย และช่วยจำเลยดูแลอาคารพิพาทก็ไม่ปรากฏว่าเคยได้ยินโจทก์หรือนางพรรณีพูดอนุญาตให้จำเลยปิดร้านได้ พยานปากนี้เบิกความว่า ทราบว่าโจทก์ก็ให้ปิดร้านแต่ทราบมาอย่างไรพยานปากนี้ก็มิได้อธิบายไว้ ตามพฤติการณ์ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์หรือนางพรรณีอนุญาตให้จำเลยปิดร้านได้ เพราะหากโจทก์หรือนางพรรณีอนุญาตเช่นนั้นจริง โจทก์คงไม่ไปแจ้งความกล่าวหาจำเลยในเรื่องใช้โซ่คล้องและปิดกุญแจร้านนันทิดาคาเฟ่ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีหมาย จ.1 ในวันเดียวกันนั้นโจทก์มีหนังสือสัญญาเช่าหมาย จ.4 มายืนยันว่า โจทก์กับพวกเป็นผู้เช่าอาคารพิพาทจากนางสาวพรทิพย์ บำรุงวงษ์ จำเลยเองก็เบิกความยอมรับว่าโจทก์เข้ามาครอบครองอาคารพิพาทตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527ในฐานะผู้บริหารร้านนันทิดาคาเฟ่ และจำเลยเคยทวงค่าเช่าจากโจทก์ซึ่งเป็นการยอมรับว่าโจทก์เป็นผู้เช่าอาคารพิพาทและครอบครองอาคารพิพาทโดยปกติสุข ปรากฏตามหนังสือเช่าหมาย ล.1 ที่จำเลยส่งอ้างว่า นายนิมิตร เจียรพิพัฒนกุล บุตรจำเลยเป็นผู้เช่าอาคารพิพาทจากนายสุรสิทธิ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา มีกำหนด 20 ปี ดังนั้นจำเลยจึงเป็นเพียงผู้อาศัยนายนิมิตรอยู่ในอาคารพิพาทชั้นที่ 2เท่านั้นเมื่อโจทก์และนางพรรณีค้างชำระค่าเช่า หากจำเลยประสงค์จะขับไล่บุคคลทั้งสองออกจากอาคารพิพาท จำเลยก็ชอบที่จะดำเนินการตามกฎหมาย จำเลยไม่มีอำนาจกระทำโดยพลการใช้กุญแจพร้อมโซ่เหล็กคล้องและปิดประตูเหล็กอันเป็นทางเข้าออกอาคารพิพาท ทำให้โจทก์เข้าไปในอาคารพิพาทไม่ได้ เป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองของโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปกระทำการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 แล้ว"

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th