ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทย์ฟ้องว่า สามีโจทก์ขายฝากที่นาไว้แก่จำเลยเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยมีเงินให้ไม่ครบจำเลยจึงทำเป็นสัญญากู้เงิน ๑๐๐๖๙ บาทให้แก่โจทก์ต่อมาจำเลยได้ผ่อนใช้ให้โจทก์ ๑๐๐๐ บาท จำเลยจึงยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่อีก ๙๐๖๕ บาท ต่อมาผู้ร้ายลักสัญญากู้ไปเสีย โจทก์ขอให้จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย
จำเลยให้การปฏิเสธว่า ไม่เคยซื้อฝากที่ดินจากโจทก์ และไม่เคยกู้เงินโจทก์
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ และจำเลยไม่ขอสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ทำการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า มูลหนี้ตามโจทก์กล่าวในฟ้องย่อมเป็นไปได้ ไม่ใช่จะเป็นการฝืนความจริง โจทก์กับผู้ขายฝากที่ดินเป็นสามีภริยากัน ซึ่งถ้าจำเลยไม่มีเงินค่าซื้อฝากให้สามีโจทก์ครบถว้นตามสัญญาขายฝาก สามีโจทก์ก็ย่อมตกลงให้จำเลยทำเป็นสัญญากู้เงินได้ตามจำนวนที่ยังขาดอยู่
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


