ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความตามแผนที่พิพาทว่า ที่ดินของโจทก์จำเลยด้านทิศเหนือมีเขื่อนกั้นติดต่อกับแม่น้ำระนอง แสดงว่า จากเขื่อนไปสู่แม่น้ำเป็นที่ชายตลิ่งอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้นำเรือนี้มาจอดล่ามไว้ในริมร่องน้ำลึกของแม่น้ำระนอง ห่างจากหน้าที่ดินโจทก์จำเลย 10 วาเศษนับเป็นเวลาติดต่อกันมาจนบัดนี้เป็นเวลา 10 ปีเศษแล้ว จำเลยได้เอาหลักปักไว้ 7 ต้น นอกแนวเสากันเรือและเอาหินรวม 15 คิวบิคเมตรมาทิ้งกองไว้ตรงที่เรือโจทก์เคยผูกจอด ทำให้โจทก์ผูกจอดเรือไม่ได้ดังเดิม เป็นการใช้สิทธิทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้ทำไว้ป้องกันไม่ให้เรือโจทก์กระแทกสะพานจำเลย ซึ่งหน้าที่ดินจำเลยห่างห้าเส้น

ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานตามที่จำเป็นแล้วพิพากษาใหม่

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โดยแกล้งเอาหินมากองไว้และเอาไม้ปักหลักกันไม่ให้โจทก์เอาเรือเข้าจอดในลำแม่น้ำระนองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งโจทก์ได้ใช้สอยมานาน ทำให้โจทก์เสียหาย หากเป็นจริงดังฟ้อง โจทก์ก็เป็นผู้ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ดังนี้ จำต้องฟังข้อเท็จจริงต่อไป

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th