ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ชั้นอุทธรณ์และฎีกาจำเลยยอมรับในข้อเท็จจริงดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย คือ โจทก์กู้เงินมารดาจำเลยไปแล้วมอบที่พิพาทให้ทำต่างดอกเบี้ย โดยไม่กำหนดเวลาไถ่ถอน ซึ่งจำเลยก็ทราบ มารดาจำเลยครอบครองมากว่า 10 ปีจึงตาย จำเลยผู้รับมรดกครอบครองต่อมาอีกกว่า 10 ปี จนบัดนี้ โจทก์จึงฟ้องขอชำระเงินและไถ่ถอนที่พิพาทคืน

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ขาดอายุความมรดกตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754, 1755 และจำเลยครอบครองมากว่า 10 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์หากมีก็ขาดอายุความทั่วไปตามมาตรา 163, 164 ให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีเป็นเรื่องลูกหนี้ขอชำระหนี้และขอคืนที่ดิน ซึ่งหามีกฎหมายกำหนดอายุความไว้อย่างใดไม่ และไม่อยู่ในบทมาตราใดดังกล่าว อันเป็นเรื่องกำหนดให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิเรียกร้องในอายุความ จำเลยยึดถือที่พิพาทไว้แทนลูกหนี้ จึงไม่อาจอ้างอายุความปรปักษ์มาใช้ยันโจทก์ พิพากษากลับให้จำเลยรับเงินและคืนที่พิพาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำเลยจะยกอายุความมรดกขึ้นมาตัดไม่ได้เพราะเมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระเงินกู้ก็ยังไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องให้คืนที่พิพาท โจทก์เพิ่งขอชำระหนี้เมื่อเกิดคดีนี้ จึงไม่ขาดอายุความ ที่โจทก์เพิกเฉยไม่ชำระหนี้และไถ่ถอนคืนช้านานเท่านั้น ไม่พอจะถือว่าเป็นการละทิ้ง เพราะตามสัญญาไม่มีกำหนดไถ่ถอนและการครอบครองของฝ่ายจำเลยเป็นการครอบครองในฐานเป็นตัวแทนโจทก์ โจทก์ยังมีสิทธิชำระเงินและไถ่ถอนที่พิพาทคืน

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th