ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองซึ่งร่วมกันครอบครองข้าวเปลือกจำนวน30 เกวียน ราคา 30,000 บาท ของนายเจียง แซ่กิม ได้บังอาจร่วมกันเบียดบังเอาข้าวเปลือกจำนวนดังกล่าวไว้เป็นประโยชน์ของจำเลยโดยทุจริต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352,83 และสั่งให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาข้าวเปลือกเป็นเงิน 30,000 บาท แก่เจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสองให้การปฎิเสธ
นายเจียงหรือย่งเจียงได้เข้าเป็นโจทก์ร่วม
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำคุกคนละหนึ่งปี และร่วมกันคืนข้างเปลือก 30 เกวียน หรือชดใช้ราคาเป็นเงิน 30,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
คดีฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ทำสัญญาขายข้าวเปลือกรวม 30 เกวียนซึ่งเก็บอยู่ในยุ้งข้าวของนายสังเวียนที่จำเลยเช่าไว้ให้โจทก์ร่วม และทำสัญญารับฝากข้าวเปลือกจำนวนนั้นไว้จากโจทก์ร่วม จะนำไปส่งมอบให้ภายหลังแล้วจำเลยได้ขนข้าวเปลือกไปแล้ว
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ทำสัญญารับฝากข้าวเปลือกที่ได้ขายไปนั้นไว้ก่อน เห็นได้ว่าข้าวเปลือกได้โอนไปเป็นของโจทก์ร่วมแล้ว จึงได้ทำสัญญารับฝากกันอีกทอดหนึ่ง เมื่อจำเลยทั้งสองรับฝากข้าวเปลือกของโจทก์ร่วมโดยเก็บไว้ในยุ้งข้าวซึ่งจำเลยเช่าไว้ จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ครอบครองข้าวเปลือกซึ่งเป็นของโจทก์ร่วม เมื่อจำเลยทั้งสองขนเอาข้าวเปลือกไปเสียและปฎิเสธฝืนพยานหลักฐานว่าไม่มีข้าวเปลือกของจำเลยทั้งสองอยู่ในยุ้งข้าวดังกล่าว และจำเลยทั้งสองไม่เคยขายและรับฝากข้าวเปลือกจากโจทก์ร่วม เช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยทั้งสองเบียดบังเอาข้าวเปลือกของโจทก์ร่วมไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามฟ้อง แม้ข้าวเปลือกโดยปกติจะเป็นสังกมะทรัพย์ ซึ่งอาจใช้ข้าวประเภทและชนิดเดียวกัน มีปริมาณเท่ากันแทนกันได้ แต่ก็มิใช่ว่าผู้รับฝากจะเอาไปเป็นประโยชน์สำหรับตนได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทธิการกระทำของจำเลยหาใช่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งสองและให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาข้าวเปลือกไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








