ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าเดิมที่พิพาทนั้นเป็นไร่หรือสวนของหมื่นรักษ์ ๆ ขายให้ขุนพิทักษ์จีนนคร ขุนพิทักษ์ฯขอตรวจจองสำหรับที่เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๙ แล้วขายให้นายพลีเองเสียง ๆ ได้โอนขายให้ผู้อื่นเป็นทอด ๆ ตลอดมาจนถึงโจทก์ในคดีนี้ ปรากฎว่าบนที่รายนี้เจ้าของผู้หนึ่งได้สร้างโรงเรียนขึ้นหลังหนึ่ง ส่วนอีกซีกหนึ่งได้เคยถางเตียนครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้ทำอะไร เคยกั้นลวดหนามแต่ก็ถูกขะโมยตัดไปเสีย ส่วนตราจองนั้นได้มีการต่ออายุกันตลอดมา จำเลยได้เข้าครอบครองที่นี้เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๗ และได้เคยยื่นคำร้องขอจับจองแต่เจ้าหน้าที่ได้ยกคำร้องเสีย โจทก์ได้ซื้อที่นี้เมื่อ ๔ เดือนภายหลังที่จำเลยได้เข้าครอบครอง แล้วโจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์เสียอ้างว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องอ้างฎีกาที่ ๒๔๒/๑๒๓

ศาลฎีกาตัดสินตามศาลอุทธรณ์ว่า ม.๔๗๗ แห่งป.พ.พ.ม.ให้โอกาศผู้ซื้อที่จะขอให้ศาลเรียกผู้ขายเข้ามาเป็นจำเลยหรือโจทก์ร่วมก็ได้ ฉะนั้นโจทก์ในคดีนี้จะไม่ใช้สิทธิดังกล่าวแล้วโดยฟ้องจำเลยแต่ลำพังก็ได้ ส่วนที่ว่าใครจะมีสิทธิในที่รายนี้นั้นเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ว่าเจ้าของเดิมหาได้ขาดปกครองไม่ เพราะมีสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและเคยล้อมรั้วที่ทั้งหมดไว้ จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th