ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีได้ความว่า จำเลยเป็นกำนันได้เปรียบเทียบกรณีที่นางปุ้ยเก็บเอาบัวลดน้ำของนางอ่อนไว้ว่าเป็นลักทรัพย์ให้นางปุ้ยเสียค่าสินไหมให้แก่นางอ่อน 20 บาท แล้วจำเลยเรียกเงินค่าขึ้นศาลกำนัน 1 บาท 20 สตางค์ และชักเงินค่าสินไหมไว้อีก 4 บาท และทำบันทึกข้อตกลงยอมความให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136, 137 และ 138

ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์คงฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริต เพราะเดิมเมื่อเป็นดินแดนของฝรั่งเศสนั้น กำนันมีอำนาจเปรียบเทียบและชักเงินค่าธรรมเนียมได้จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายว่า จำเลยจะอ้างความไม่รู้กฎหมายไทยว่ากำนันเปรียบเทียบไม่ได้ แล้วมาอ้างให้พ้นผิดไม่ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามที่โจทก์หาตาม มาตรา 136, 137 และ138 แห่งกฎหมายลักษณะอาญานั้น จะต้องปรากฏว่าผู้กระทำมีเจตนาทุจริตเป็นองค์ประกอบ ซึ่งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริต จึงเป็นอันยุติเพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา คดีต้องฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 45 ที่บัญญัติมิให้ยกเอาข้อที่ไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวให้พ้นผิดนั้น ย่อมหมายความว่า บุคคลได้กระทำผิดครบองค์ความผิดทุกประการแล้ว แต่หากอ้างว่าไม่รู้ตัวกฎหมายที่บัญญัติไว้ว่าเป็นความผิด ซึ่งไม่ใช่กรณีนี้ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th