ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


คดีสองสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์แต่ละสำนวนฟ้องว่า กรมสรรพากรได้แจ้งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้สำหรับนิติบุคคลเพิ่มโดยถือว่าบริษัทโจทก์ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีกำไร แต่มิได้นำมาคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีโจทก์ได้อุทธรณ์การประเมิน แต่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ จึงขอให้สั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานประเมินและผู้วินิจฉัยอุทธรณ์
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่าเงินที่โจทก์ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นเงินกำไรที่ได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่โจทก์กระทำ จึงต้องเสียภาษีตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน
โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การซื้อขายทรัพย์สินดังกล่าวย่อมเป็นกิจการอันอยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท การขายทรัพย์สินย่อมคำนวณกำไรและขาดทุนได้ กำไรที่ได้จากการขายทรัพย์สินของบริษัทในคดีนี้จึงเป็นกำไรที่ได้จากการกระทำของบริษัท และเป็นกำไรที่ได้มาเนื่องจากกิจการของบริษัท จึงต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









