ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 162หมู่ 10 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 23 ไร่3 งาน 30 ตารางวา จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวบางส่วนเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 30 ตารางวา เป็นที่อยู่อาศัยมีกำหนด1 ปี ค่าเช่า 300 บาท จำเลยได้ค้างค่าเช่าเป็นเวลา 4 ปี 6 เดือนเป็นเงินค่าเช่า 1,350 บาท โจทก์ทวงถามค่าเช่า จำเลยเพิกเฉย โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่เช่าและให้ชำระค่าเช่าที่ค้างแล้วแต่จำเลยก็เพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 1,625 บาท และชำระค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องในอัตราปีละ 300 บาท จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ บิดาจำเลยยกที่ดินพิพาทให้จำเลย จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินที่โจทก์อ้างโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา 40 ปีเศษแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทพร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไป ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเช่าและค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 1,625 บาท กับค่าเสียหายปีละ 300 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่พิพาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าการที่จำเลยแย่งสิทธิครอบครองที่ดินส่วนพิพาทจากโจทก์ทั้งสองโดยการแสดงเจตนาจะไม่ครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ต่อไปนั้น เป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์และให้จำเลยเช่าบางส่วน ต่อมาโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย โดยได้รับการยกให้จากบิดาจำเลยและจำเลยได้เข้าครอบครองมาประมาณ 40 ปีแล้ว ไม่เคยเช่าจากโจทก์ คำให้การดังกล่าวไม่มีประเด็นเรื่องเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 จำเลยจึงไม่อาจอ้างสิทธิตามมาตรา 1375 ได้แม้ตามทางพิจารณาของโจทก์จะได้ความว่า เมื่อโจทก์ที่ 1 ไปทวงค่าเช่าจำเลยไม่ชำระ โจทก์ที่ 1 ไปร้องเรียนต่อปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอเรียกจำเลยมาเจรจากับโจทก์ที่ 1 จำเลยโต้เถียงว่าไม่ได้เช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ที่ 1 ไม่เคยชำระค่าเช่ามาก่อน ศาลก็ไม่อาจยกขึ้นวินิจฉัยว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครอง เพราะเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การและไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงไม่ชอบ

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th