ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ผู้ร้องทั้ง 2 ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทปัทมวัฒน์ จำกัด ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้คัดค้านออกจากตำแหน่งผู้ชำระบัญชีของบริษัทปัทมวัฒน์ฯ ตั้งกองหมายเป็นผู้ชำระบัญชีแทนโดยอ้างว่ามติของที่ประชุมใหญ่ของบริษัทครั้งที่ 2 ซึ่งลงมติให้มีผู้ชำระบัญชีคนเดียวและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้ชำระบัญชีตามญัตติที่นายเฉลิม ปัทมพงศ์ (ประธานกรรมการบริษัท) เสนอนั้น ไม่มีผลบังคับได้ตาม ก.ม. ผู้ร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมฯ มติเรื่องตั้งผู้ชำระบัญชีเสร็จสิ้นไปในคราวประชุมใหญ่ครั้งที่ 1 ให้เลิกบริษัทและตั้งผู้ชำระบัญชีสองคนคือผู้คัดค้านกับนายณัติ เศรษฐบุตรตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 1 และ มาตรา 1168(4) แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แล้วการประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 เพียงเพื่อลงมติพิเศษในเรื่องเลิกบริษัทเท่านั้นไม่มีอำนาจที่จะประชุมญัตติในเรื่องผู้ชำระบัญชีใหม่อีก

ผู้คัดค้านคัดค้านว่า กรณีเป็นคดีมีข้อพิพาทซึ่งจะต้องฟ้องนายเฉลิมและผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เป็นจำเลย และที่อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการชำระบัญชีก็ต้องฟ้องผู้คัดค้าน จะดำเนินอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทไม่ได้ มติของที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ถูกต้องชอบด้วย ก.ม. และตามคำร้องก็มิได้แสดงเหตุว่าผู้ชำระบัญชีกระทำผิดหน้าที่หรือละเลยการชำระบัญชีประการใด ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องมีสิทธิที่จะร้องขอได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1257 ไม่จำเป็นต้องฟ้องและมติในที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ย่อมเพิกถอนมติเดิมได้เสมอ ไม่มีบท ก.ม.ห้ามผู้ร้องไม่ได้นำสืบให้เห็นว่านายเฉลิมใช้สิทธิโดยไม่สุจริตอย่างใด และนายฟุ้งไม่สมควรจะเป็นผู้ชำระบัญชีประการใดไม่สมควรเพิกถอนนายฟุ้งออกจากผู้ชำระบัญชีให้ยกคำ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นว่าการแต่งตั้งนายฟุ้งเป็นผู้ชำระบัญชีคนเดียวเป็นโมฆะ เพราะเหตุใดสำคัญว่าที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ดำเนินการประชุมนอกระเบียบวาระซึ่งผู้ร้องได้คัดค้านไม่เห็นด้วยได้แล้วที่ประชุมยังดำเนินการประชุมเพื่อแต่งตั้งนายฟุ้งเป็นผู้ชำระบัญชีคนเดียว เป็นการไม่ถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175 จึงตกเป็นโมฆะ และผู้ชำระบัญชีก็คงมีอยู่ตามเดิมแล้ว ไม่มีเหตุจะต้องแต่งตั้งใหม่ ให้ยกคำร้องที่ขอให้ตั้งกองหมายเป็นผู้ชำระบัญชีเสีย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาที่ผู้คัดค้านโต้เถียงว่าคดีเป็นคดีมีข้อพิพาท นั้น

กรณีเรื่องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดย่อมมีสิทธิที่จะร้องต่อศาลได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 และกรณีเรื่องขอให้ศาลสั่งถอนผู้ชำระบัญชีและตั้งผู้อื่นแทนที่ผู้ถือหุ้นนับได้ถึงหนึ่งในยี่สิบแห่งทุนของบริษัทก็ย่อมมีสิทธิที่จะร้องขอต่อศาลได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1257 ซึ่งเป็นสิทธิตามบทบัญญัติแห่ง ก.ม. แพ่งสองมาตราดังกล่าวนั้นได้กำหนดให้ไว้ตรงตามข้อความตอนท้ายของ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 อัน เกี่ยวกับเรื่องบุคคลที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลอยู่แล้วข้อโต้แย้งของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

แต่ผู้ร้องมิได้กล่าวอ้างว่านายฟุ้งเป็นบุคคลที่ไม่สมควรหรือบกพร่องต่อหน้าที่ผู้ชำระบัญชีประการใด คดีไม่มีข้อเท็จจริงที่ศาลจะชี้ขาดความผิดพลาดบกพร่องของนายฟุ้งเพื่อสั่งถอดถอนจากตำแหน่งผู้ชำระบัญชีให้ได้ คำขอของผู้ร้องจึงเป็นอันตกไป

ตามคำร้องของผู้ร้องมุ่งประสงค์ว่า การลงมติของที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 เรื่องตั้งนายฟุ้งเป็นผู้ชำระบัญชีแต่เพียงคนเดียวเป็นการลงมติที่ผิดระเบียบ ไม่มีผลตามก.ม. กรณีเป็นเรื่องที่จะต้องบังคับตามความใน มาตรา 1195 ซึ่งต้องพิจารณาว่าผู้ร้องได้ปฏิบัติการถูกต้องครบถ้วนตามบท มาตรา 1195 แล้วหรือประการใด

มาตรา 1195 บัญญัติว่า "การประชุมใหญ่นั้น ถ้าได้นัดเรียกหรือได้ประชุมกัน หรือได้ลงมติฝ่าฝืนบทบัญญัติในลักษณะนี้ก็ดี หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทก็ดี เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขึ้นแล้ว ให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสียแต่ต้องร้องขอภายในกำหนดเดือนหนึ่ง นับแต่วันลงมตินั้น"

ตัวบทแสดงความมุ่งหมายให้เห็นได้โดยถนัดว่า มติของที่ประชุมใหญ่นั้นแม้จะเป็นไปโดยผิดระเบียบหรือไม่ก็ตามผู้ดำเนินงานก็ต้องปฏิบัติการไปตามมติเช่นในกรณีเรื่องนี้ผู้ชำระบัญชีต้องปฏิบัติการตาม มาตรา 1253-1254 ภายในกำหนดเวลา14 วัน เป็นอาทิ ซึ่งผู้ร้องก็ยอมรับว่าผู้ชำระบัญชีได้ดำเนินการไปแล้วตามนั้น ก.ม.ไม่ประสงค์ที่จะให้การปฏิบัติงานตามมติของที่ประชุมใหญ่จำต้องหยุดชะงักชักช้าโดยใช่เหตุจึงได้ตราบทบังคับไว้ในข้อความตอนท้ายว่า เมื่อผู้ใดจะร้องขอต่อศาลเพื่อให้เพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบ จะต้องร้องขอเสียภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันลงมตินั้น มิฉะนั้นแล้วก็ถือว่าเป็นที่พอใจของทุกฝ่ายแล้ว จะมาร้องขอให้เพิกถอนในภายหลังเมื่อเกินกำหนดเวลาดังกล่าวนั้นอีกต่อไปไม่ได้ ซึ่งเป็นบทบังคับพิเศษตาม ก.ม. เฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติการตามก.ม. มาตรานี้ และมิได้เกี่ยวข้องถึงเรื่องอายุความตามสิทธิเรียกร้องที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 163

ปรากฏตามคำร้องว่ามติของที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นมติอันผิดระเบียบนั้น ได้ลงมติตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.2498 ผู้ร้องเพิ่งนำคดีมาร้องศาลเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2498 เกินกว่ากำหนดเวลาตามที่ มาตรา 1195 บังคับไว้ ผู้ร้องจึงหมดสิทธิที่จะร้องขอต่อศาลได้เสียแล้ว อนึ่ง ข้อนี้เป็นปัญหาข้อ ก.ม.เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5), 246, 247

พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th