ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันมาประมาณ 30 ปีเศษต่อจากนั้นประมาณ 8-9 ปี โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญากันที่หอทะเบียนที่ดิน โดยโจทก์เป็นผู้ให้ที่ดินโฉนดที่ 2076 ซึ่งมีชื่อโจทก์แต่ผู้เดียวในโฉนดอยู่ก่อนแล้วลงชื่อจำเลยอีกชื่อหนึ่งในโฉนด บัดนี้จำเลยทำการเป็นปฏิปักษ์แก่โจทก์ และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กับหมิ่นประมาทโจทก์และมารดาโจทก์ โจทก์ประสงค์จะเพิกถอนเลิกล้างสัญญานั้น ได้บอกล้างสัญญาไปยังจำเลยแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนขีดฆ่าหนังสือสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยที่กล่าวนั้น กับขอให้เรียกโฉนดและสัญญาจากจำเลยส่งไปหอทะเบียนที่ดินขีดฆ่าหนังสือสัญญาและถอนชื่อจำเลยจากโฉนด คืนโฉนดให้โจทก์
จำเลยต่อสู้คดีหลายประการ และว่าคดีไม่เข้าลักษณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461
ศาลแพ่งพิจารณาแล้ว พิพากษาเพิกถอนสัญญาให้กรรมสิทธิ์ที่ดินให้ถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินที่ 2076 เสีย แล้วส่งมอบโฉนดให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว ตามมาตรา 1463 ระบุไว้ว่า สัญญาใดที่สามีภรรยาทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภรรยานั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างเสียก็ได้ มาตรานี้มิได้มีข้อความระบุจำกัดว่า เฉพาะแต่สัญญาซึ่งจะต้องมีการปฏิบัติกันตามสัญญาต่อไปดังข้อฎีกาของจำเลยเมื่อกฎหมายระบุคำว่าสัญญาที่ทำไว้ต่อกันไว้ลอย ๆ ก็ย่อมมีความหมายว่าสัญญาใด ๆ ที่ทำไว้ต่อกัน ไม่ว่าจะต้องปฏิบัติกันต่อไปหรือไม่ก็ย่อมอยู่ในขอบข่ายที่จะบอกล้างได้ ตามมาตรา 1461 ได้ทั้งสิ้นฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ข้อที่จำเลยฎีกาว่า นับแต่โจทก์ให้กรรมสิทธิ์ที่รายนี้แก่จำเลยมาเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้ว ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความนั้นตามมาตรา 1461 ระบุให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างสัญญาที่ทำไว้ต่อกันได้ในเวลาใด ๆ ในระหว่างที่เป็นสามีภรรยากันอยู่ หรือภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันขาดจากสามีภรรยากัน ฉะนั้นฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฯลฯ
จึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








