ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยสามารถฝากนายศักดิ์สินบุตรของผู้เสียหายให้เข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกโรงเรียนนายสิบทหารบกได้ โดยผู้เสียหายจะต้องนำเงินมามอบให้จำเลยจำนวน 50,000 บาท ซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่สามารถฝากนายศักดิ์สินหรือผู้ใดให้เข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกได้ จากการที่จำเลยแสดงข้อความอันเป็นเท็จและหลอกลวงผู้เสียหายดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงมอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้จำเลยไปแต่แล้วจำเลยก็ไม่สามารถฝากนายศักดิ์สิน ให้เข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกได้จำเลยคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายแล้วจำนวน 5,000 บาทขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 45,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนเงิน45,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่านางรินทองเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายที่มีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานนำคดีขึ้นว่ากล่าวกับจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงอันจะทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยตกลงกับนางรินทองว่า ถ้าให้เงิน 60,000 บาทบุตรของนางรินทองจะเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบกได้ ได้มีการต่อรองเหลือ 50,000 บาท จำเลยนัดหมายนางรินทองไปที่องค์การทหารผ่านศึกแล้วมีการเรียกเงินจากนางรินทองเป็นระยะ ๆ จนครบ 50,000 บาทแต่ต่อมาปรากฏว่า บุตรของนางรินทองสอบเข้าเรียนในโรงเรียนนายสิบทหารบกไม่ได้ เพราะจำเลยไม่สามารถช่วยให้เข้าเรียนได้ก็เป็นการหลอกลวงผู้เสียหาย ทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านางรินทองได้ให้เงินแก่จำเลยเพื่อให้จำเลยนำไปให้แก่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบคัดเลือกให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยทุจริต การที่จำเลยรับว่าจะช่วยบุตรของนางรินทองจึงเป็นการหลอกลวงนางรินทอง เพื่อต้องการได้เงินจากนางรินทองเท่านั้น จึงไม่ถือว่านางรินทองร่วมกับจำเลยนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานอันเป็นการใช้ให้เจ้าพนักงานกระทำความผิด ดังนั้น นางรินทองย่อมเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายและมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นคดีจึงมีปัญหาต่อไปว่าจำเลยได้หลอกลวงและได้เงินไปจากผู้เสียหายหรือไม่ ซึ่งจำเลยต่อสู้อยู่ว่า ร้อยเอกเที่ยงเป็นผู้ตกลงรับช่วยให้บุตรผู้เสียหายเข้าโรงเรียนนายสิบทหารบกโดยรับเงินจากผู้เสียหายด้วยตนเองและบางส่วนให้จำเลยรับแทนจากผู้เสียหายเท่านั้น ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังมิได้วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวเพื่อให้คดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาและพิพากษาใหม่"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th