ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีทั้งสองสำนวน ศาลรวมพิจารณาพิพากษาโดยให้เรียกจำเลยที่ 1สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยที่ 2ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 2

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์ 60,000 บาทโดยจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 12880 พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ จำเลยทั้งสองไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน105,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 12880 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงิน และจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้กับโจทก์จริง จำเลยทั้งสองชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ไถ่ถอนจำนองให้ขอให้ยกฟ้อง

สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปสามครั้งรวมเป็นเงิน 44,000 บาท โดยตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีให้โจทก์ทุกเดือน จำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 75,863.87 บาท

จำเลยให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ทั้งสามครั้งจริงจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมคืนสัญญากู้ให้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 44,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 60,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดโฉนดเลขที่ 12880 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วน

โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะยื่นฟ้องใหม่ภายในอายุความ

โจทก์ฎีกาทั้งสองสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่มาตรา 94(ข) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บัญญัติห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบุคคล นั้นต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ดังนั้นการนำสืบถึงการชำระเงินที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้มาแสดง หรือมีการเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมหรือแทงเพิกถอนในเอกสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา653 วรรคสอง หมายถึงการนำสืบถึงการชำระต้นเงินเท่านั้น ไม่รวมถึงการชำระดอกเบี้ยด้วย จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธินำสืบถึงจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระไปได้ ไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว เมื่อจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองชำระให้โจทก์ตามสมุดบันทึกสูงกว่าดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินตามสัญญากู้และสัญญาจำนองนับแต่วันกู้ยืมมาจนถึงวันฟ้อง เงินส่วนที่ชำระดอกเบี้ยซึ่งเกินกว่าดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีดังกล่าว จึงต้องนำไปชำระต้นเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 วรรคแรก ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องคิดยอดเงินมาให้ถูกต้อง และไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะยื่นฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th