ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยจดทะเบียนสมรสและอยู่กินด้วยกันที่บ้านเลขที่ 131 ตำบล โคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีครั้งเมื่อ 1 ปี 2 เดือน มานี้จำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง โจทก์ไม่สามารถอยู่กินเป็นสามีภรรยากับจำเลยต่อไปอีกได้ ขอบังคับให้จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากับโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมหย่าขอถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากับโจทก์ตามฟ้อง แต่โจทก์พยายามหาเหตุหย่ากับจำเลย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องฎีกาข้อแรกถึงข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมาในฎีกา แล้วลงท้ายฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ไม่เห็นฟ้องด้วย ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยมิได้ยกเหตุผลขึ้นโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3ว่าไม่ชอบข้อไหน อย่างไร จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งในฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ส่วนที่โจทก์ฎีกาข้อหลังเรื่องค่าทนายความที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์ใช้แก่จำเลยว่าสูงเกินส่วนไปนั้น เมื่อศาลฎีกาไม่่รับวินิจฉัยฎีกาข้อแรกแล้วคดีคงเหลือปัญหาตามฎีกาข้อหลังซึ่งเป็นปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมอย่างเดียวเมื่อโจทก์มิได้ยกเหตุว่าค่าฤชาธรรมเนียมนั้นศาลชั้นต้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมายย่อมถือว่าเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 ซึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้เช่นเดียวกัน
พิพากษายกฎีกาโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


