ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทงต่างกรรมกันคือ

ก. เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2525 เวลากลางวัน จำเลยที่ 3ในฐานะส่วนตัวและผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานกลางแทนได้เบิกความเท็จต่อศาลแรงงานกลาง

ข. ตามวันเวลาในข้อ ก. จำเลยที่ 3 ได้เบิกความเท็จต่อศาลแรงงานกลางอีกข้อหนึ่ง

ค. ระหว่างวันที่ 17 มีนาคม 2525 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2525เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ 3 ได้แสดงพยานหลักฐานใบประเมินผลงานอันเป็นเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีแรงงาน ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 ได้ร่วมกันทำปลอมขึ้น

ง. วันที่ 14 กรกฎาคม 2525 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันนำสืบและแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลแรงงานกลาง

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 180, 264, 268,90, 91, 83, 84

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วให้ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาความผิดตามมาตรา177, 180, 83, 84, 90, 91

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 จำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

โจทก์และจำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในข้อแรกว่า สำหรับฎีกาโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 และมาตรา 180สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 นั้น ปรากฏว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ดังนั้นคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13 และศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อต่อมาว่า การอุทธรณ์คดีอาญาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ศาลจะต้องพิจารณาอัตราโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายสำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดว่าต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งตามฟ้องความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 นั้น ได้กระทำพร้อมกันไปกับกากรกระทำผิดบานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน และอัตราโทษในบทหนักตามมาตรา 177 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 สำหรับข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th