ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ และให้ชำระค่าเช่าที่ค้างพร้อมทั้งค่าเสียหายผู้ร้องไม่ยอมออกไป ศาลชั้นต้นจึงหมายเรียกผู้ร้องมาสอบถามตามคำขอของโจทก์

ผู้ร้องอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย และว่าที่ดินพิพาทผู้ร้องสอดเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยอยู่คดีหนึ่ง และอีกคดีหนึ่งผู้ร้องสอดฟ้องทั้งโจทก์และจำเลย คดีทั้งสองเรื่องยังไม่ถึงที่สุด

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ผู้ร้องออกไปจากทรัพย์พิพาทภายในกำหนด 1 เดือน

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องในชั้นนี้มีเพียงว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ และหากเป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องสามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นบุตรของจำเลยและอยู่ในที่พิพาทและสิ่งปลูกสร้างซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาแล้วว่าที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร กรณีจึงถือได้ว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย แม้ผู้ร้องจะเป็นบุตรมิชอบด้วยกฎหมายของจำเลยดังที่ผู้ร้องฎีกาก็หาทำให้ผู้ร้องมิได้เป็นบริวารของจำเลยแต่อย่างใด ส่วนข้อที่ผู้ร้องแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นนนั้น ผู้ร้องอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยโดยมีสัญญาก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด พิเศษภักดี หนังสือรับรองและใบสำคัญการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดมาแสดงเป็นหลักฐานว่าที่ดินพิพาทตามโฉนดเลขที่ 3843, 3844 เป็นทรัพย์สินที่นำมาลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดพิเศษภักดีซึ่งมีผู้ร้องเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการนั้นก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ตกลงยินยอมให้ทรัพย์พิพาทเป็นของห้างหุ้นส่วนนั้น ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีข้ออ้างตามกฎหมายประการใดที่จะอ้างความเป็นหุ้นส่วนนั้นขึ้นยันโจทก์ได้ ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่ายังมีคดีอีก 2 คดีที่พิพาทกันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินคดีนี้และคดียังไม่ถึงที่สุดนั้น แม้ผู้ร้องจะเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้ร้องสอดซึ่งมรณะ แต่ผู้ร้องก็หามีสิทธิอย่างอื่นนอกเหนือไปกว่าสิทธิของผู้ร้องสอดก่อนมรณะไม่ ซึ่งคดี 2 คดีนี้ก็ปรากฏว่าผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความโดยตรง และประเด็นข้อพิพาทต่างกับประเด็นที่จะวินิจฉัยในชั้นนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวถือได้ว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยที่ไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้ ฉะนั้น คำพิพากษาคดีนี้จึงบังคับถึงผู้ร้องด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />