ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


ข้อเท็จจริงปรากฎว่าจำเลยทั้ง ๒ คนสมคบกันลักเข้า ในเวลาที่กำลังเอาทรัพย์ไป เจ้าทรัพย์กับพวกเข้าจับ จำเลยวิ่งหนี เจ้าทรัพย์ไล่จับนายแจ่มจำเลยไป ๑ เส้น นายแจ่มจำเลยหันกลับมาตีเจ้าทรัพย์ด้วยไฟฉาย ดังนี้
ศาลเดิมเห็นว่าจำเลยทั้ง ๒ คน มีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ จำคุกคนละ ๓ ปี
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีผิด ๒ กระทง คือลักทรัพย์และทำร้ายร่างกายแต่ฉะเพาะตัวนายเถงจำเลยปรากฎว่าชักมีดจะทำร้ายเจ้าทรัพย์แต่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้อง จึงให้จำคุกจำเลยฐานลักทรัพย์ตาม ม. ๒๗๓ คนละ ๑ ปี และให้จำคุกนายแจ่มฐานทำร้ายร่างกายไม่ถึงบาดเจ็บตาม ม.๓๓๘ ข้อ ๓ อีก ๑ เดือน
ศาลฏีกาเห็นว่านายแจ่มจำเลยได้ทำร้ายเจ้าทรัพย์ก็เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิด นายแจ่มจำเลยจึงมีผิดฐานชิงทรัพย์ ให้จำคุก ๓ ปี ส่วนนายเถงมีผิด ฐานลักทรัพย์จำคุก ๑ ปีตามศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









