ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 91, 295, 310, 337, 339, 371 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ปรับ 80 บาท มาตรา 295, 310, 337วรรคสอง, 80 ลงโทษ ตามมาตรา 337 วรรคสอง, 80 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 40 บาท ริบของกลางข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 80 จำคุก 8 ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 ปี ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามกรรโชกนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงคงได้ความตามที่โจทก์นำพยานเข้าสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยว่านางสาวสายฝนแสนกั้ง เป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารอยู่ที่ร้านพอใจซึ่งเป็นของนายเกษมศักดิ์ อมรแสนสุขคืนเกิดเหตุนายดำรงค์ เข็มสันเทียะจำเลยไปรับประทานอาหารที่ร้านพอใจ โดยได้สั่งอาหารและเบียร์มาดื่ม ซึ่งนางสาวสายฝนเป็นคนนำอาหารและเบียร์มาเสิร์ฟให้หลังจากนั้นประมาณ 15 นาที ขณะที่นางสาวสายฝนเดินมาจากหลังร้านผ่านโต๊ะที่จำเลยนั่ง จำเลยก็ลุกขึ้นเดินมาหานางสาวสายฝนผลักนางสาวสายฝนล้มลง แล้วจับคอเสื้อนางสาวสายฝนให้ยืนขึ้นพร้อมกับอ้อมไปทางข้างหลังแล้วล็อกคอไว้ นายเกษมศักดิ์ซึ่งกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับเพื่อน ๆ เห็นเช่นนั้นก็เข้าไปช่วย จำเลยจึงใช้มีดแทงนายเกษมศักดิ์ถูกแขนซ้ายบริเวณข้อพับนายเกษมศักดิ์ต้องถอยห่างออกไป จากนั้นจำเลยได้ลากนางสาวสายฝนออกมาทางหน้าร้านแล้วเอามีดจี้ที่คอด้านขวาของนางสาวสายฝนพร้อมทั้งร้องตะโกนดัง ๆ บอกให้ทุกคนได้ยินว่าที่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการเงิน 500 บาท เพื่อจะกลับบ้านที่โคราชและต้องการให้เอารถยนต์ไปส่งจำเลยด้วย นายเกษมศักดิ์ได้บอกจำเลยว่าให้ใจเย็น ๆ แล้วขอให้คนในร้านโทรศัพท์ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาจับจำเลยได้ มีปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หรือไม่เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339บัญญัติว่า "ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อ

(1) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป

(2) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น

(3) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้

(4) ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ

(5) ให้พ้นจากการจับกุม

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์…"

การกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์จึงประกอบด้วยการกระทำ2 อย่าง คือ การทำร้ายร่างกายหรือขู่ว่าจะทำร้าย และการลักทรัพย์กรณีที่จะเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์นั้น ความไม่สำเร็จจะต้องอยู่ที่การลักทรัพย์ สำหรับคดีนี้จำเลยได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายสำเร็จไปแล้ว โดยได้ใช้มีดแทงนายเกษมศักดิ์จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและทำร้ายนางสาวสายฝนโดยล็อกคอนางสาวสายฝนไว้แล้ว คงมีปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่าจำเลยได้ลงมือลักทรัพย์ของนายเกษมศักดิ์ตามฟ้องแต่ลักไม่สำเร็จหรือไม่ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความในท้องสำนวนนั้น เมื่อจำเลยล็อกคอนางสาวสายฝนไว้และทำร้ายร่างกายนายเกษมศักดิ์แล้วจำเลยได้ตะโกนต่อหน้าคนในร้ายว่าที่ทำไปเพื่อต้องการเงิน 500 บาท และให้จัดรถยนต์ให้ 1 คันซึ่งตามพฤติการณ์ดังกล่าวแม้จำเลยจะมิได้เจาะจงว่าจะต้องการเงินจากนายเกษมศักดิ์ แต่ก็พอเห็นได้ว่าต้องการให้นายเกษมศักดิ์ในฐานะเจ้าของร้านอาหารยื่นเงินให้ 500 บาท โดยให้ยื่นเงินให้ในทันใดนั้น เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่พอจะนำมาอนุมานถึงเจตนาที่แท้จริงของจำเลยก็คือ เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้และแจ้งข้อหาว่ากระทำความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ จำเลยก็ให้การรับสารภาพและรับสารภาพตลอดมาแม้ในชั้นศาล ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 80 โดยไม่ได้ระบุว่าวรรคใดนั้นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสาม, 80 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th