ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนายหากับนางพร พรหมพินิจระหว่างบิดามารดาโจทก์อยู่กินด้วยกันมีทรัพย์สินทำมาหาได้ด้วยกันคือ ที่ดินสองแปลงรวมทั้งบ้านจึงเป็นสินสมรส เมื่อนางพรถึงแก่กรรมทรัพย์พิพาทครึ่งหนึ่งซึ่งเป็นของนางพร ย่อมตกแก่ทายาทคือโจทก์และนายหาคนละส่วนเท่ากัน ต่อมาปี 2523 นายหาได้บอกยกทรัพย์มรดกส่วนที่ได้รับจากนางพรให้โจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิในทรัพย์พิพาทครึ่งหนึ่ง ขอให้บังคับจำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้โจทก์กึ่งหนึ่ง หากไม่สามารถโอนได้ให้เอาทรัพย์พิพาทขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันระหว่างโจทก์กับจำเลยคนละครึ่ง

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นบุตรของนายพิมพ์ โทรเรืองโสมไม่ใช่บุตรของนายหา พรหมพินิจ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1078/2534 ของศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง

ในวันนัดชี้สองสถาน โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงว่ากันว่าก่อนฟ้องคดีนี้จำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1078/2534ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าจำเลยเป็นบุตรของนายหา พรหมพินิจ แต่ผู้เดียว ให้โจทก์โอนทรัพย์พิพาททั้งหมดซึ่งเป็นทรัพย์เดียวกับที่พิพาทคดีนี้ให้จำเลยคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา และคู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงไม่ติดใจสืบพยานโดยขอให้ศาลพิพากษาไปตามคำฟ้อง คำให้การและข้อเท็จจริงที่คู่ความทั้งสองรับกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถาน

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปรากฏว่าระหว่างพิจารณาคดีนี้ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่1078/2534 แล้วโดยพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2838/2538 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2538ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกมีว่า ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1078/2534 หรือไม่เห็นว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1078/2534 โจทก์ (จำเลยคดีนี้)ฟ้องว่า โจทก์ (จำเลยคดีนี้) เป็นบุตรคนเดียวของนายหามีสิทธิรับมรดกของนายหาคือ ที่ดินและบ้านซึ่งเป็นทรัพย์พิพาทแต่ผู้เดียว เมื่อนายหาถึงแก่กรรม จำเลย (โจทก์คดีนี้)ครอบครองทรัพย์พิพาทและไม่ยอมส่งมอบทรัพย์พิพาทให้โจทก์(จำเลยคดีนี้) ขอให้บังคับจำเลย (โจทก์คดีนี้) ส่งมอบทรัพย์มรดกของนายหาที่ครอบครองคืนโจทก์ทั้งหมด จำเลย (โจทก์คดีนี้)ให้การว่า จำเลย (โจทก์คดีนี้) เป็นบุตรเพียงผู้เดียวของนายหาและโจทก์ (จำเลยคดีนี้) ไม่ได้เป็นบุตรของนายหาซึ่งมีประเด็นว่า โจทก์ (จำเลยคดีนี้) เป็นบุตรของนายหาแต่เพียงคนเดียวและมีสิทธิรับมรดกแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ทรัพย์พิพาทเป็นทรัพย์สินที่นายหาและมารดาโจทก์ทำมาหาได้ร่วมกันจึงเป็นสินสมรส เมื่อมารดาโจทก์ถึงแก่กรรมทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่งของมารดาโจทก์ย่อมตกเป็นมรดกแก่โจทก์และนายหาคนละส่วน ต่อมานายหาได้ยกทรัพย์มรดกส่วนที่ตกได้แก่นายหาให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิในทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่งจำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่บุตรนายหา ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1078/2534 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก็พิพากษาว่า โจทก์ (จำเลยคดีนี้) มีสิทธิในทรัพย์พิพาทแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งมีประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมหรือไม่ ดังนั้นประเด็นแห่งคดีนี้และประเด็นแห่งคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1078/2534จึงเป็นคนละประเด็นกันไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

ปัญหาต่อไปที่ต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีสิทธิในทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่งหรือไม่ ปัญหาที่ศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวน คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างนายหาและมารดาโจทก์ เมื่อมารดาโจทก์ถึงแก่กรรม ทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่งของมารดาโจทก์ย่อมตกเป็นมรดกแก่โจทก์และนายหาคนละส่วนต่อมานายหาได้ยกทรัพย์มรดกส่วนที่ตกได้แก่นายหาให้แก่โจทก์จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธ จึงถือว่าจำเลยรับตามข้อกล่าวอ้างข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างนายหาและมารดาโจทก์ และนายหาได้ยกทรัพย์มรดกส่วนที่ตกได้แก่นายหาให้แก่โจทก์แล้วดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิในทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่ง ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นเช่นกัน สำหรับปัญหาที่ว่าศาลชั้นต้นมีอำนาจหยิบยกปัญหาการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำขึ้นวินิจฉัยหรือไม่นั้น จึงไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษากลับ ให้จำเลยแบ่งที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 820 ตำบลหนองลาด อำเภอวาริชภูมิจังหวัดสกลนคร พร้อมบ้าน 1 หลัง และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 104 ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิจังหวัดสกลนคร ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง การแบ่งให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th