ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ผู้ร้องเป็นตาของเด็กชายละมุน ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ปกครอง ด.ช.ละมุน นางแก้วเป็นพี่สาวสิบโทวันบิดาของ ด.ช.ละมุน นายผ่อนเป็นบุตรนางแก้วนายผ่อนและนางแก้วร้องคัดค้านและขอเป็นผู้ปกครองเสียเอง ศาลชั้นต้นถือว่าเป็นคดีมีข้อพิพาท จึงให้ผู้ร้องเป็นโจทก์ ผู้คัดค้านเป็นจำเลยและวินิจฉัยว่า สำเนาหนังสือของสิบโทวันไม่ใช่พินัยกรรมที่สั่งในเรื่องผู้ปกครองเด็ก จึงพิพากษาให้โจทก์เป็นผู้ปกครอง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ โดยเห็นว่า สำเนาหนังสือนั้นเป็นพินัยกรรม จึงให้จำเลยเป็นผู้ปกครองเด็กตามเจตนาของผู้ตาย และให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียม 2 ศาลและทนาย 50 แทนจำเลย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าหนังสือรายนี้มีข้อความว่า ส.ต.วันได้ไปราชการทหารได้ทำใบมอบฉันทะให้แก่นายผ่อนและพี่แก้วให้เป็นผู้ปกครองบุตร และขอให้ช่วยจัดการให้ได้เข้าเล่าเรียนจนกว่าจะกลับจากราชการ ในระหว่างรับราชการนั้นหากเขาถึงแก่กรรมก็มอบให้คนทั้งสองรับเงินเดือนแทน ถ้ามีชีวิตอยู่จะรับเอง ขอให้คนทั้งสองนั้นช่วยปกครองบุตรแทนเขาด้วย และว่าส่วนเงินเดือนนั้นหากว่าเขาถึงแก่กรรมจึงไปรับแทน สุดแต่ทางการจะมอบแก่คนใดคนหนึ่งก็ได้ เพราะเป็นที่ไว้ใจศาลฎีกาเห็นว่าสำเนาหนังสือของสิบโทวันเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเอง ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ส่วนที่โจทก์ คัดค้านว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายแทนจำเลยเป็นการเกินคำขอนั้น เห็นว่าในเรื่องค่าธรรมเนียมศาลมีอำนาจใช้ดุลยพินิจให้คู่ความฝ่ายใดใช้ก็ได้ตามลักษณะของคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 161, 167 จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

