ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกนายคง ฉ่ำใจ ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารพิพาทที่จำเลยเช่า โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออกจากอาคารพิพาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวเลขที่ 13/11 และ 13/12 ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย69,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 6,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากตึกแถวพิพาทแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นายชัยพฤกษ์ ดาวเจริญหรือนายวิชาญ จันทร์ศรีทอง เป็นผู้ฟ้องคดีแทนโจทก์ ลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ลายมือชื่อของโจทก์ ตึกแถวพิพาทไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย จำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการเช่าขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากตึกแถวพิพาทเลขที่ 13/11 และ 13/12 และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่เดือนมีนาคม 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากตึกแถวดังกล่าว

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า โจทก์มอบอำนาจให้บุคคลสองคนฟ้องคดีโดยปิดอากรแสตมป์มาเพียง 30 บาทไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ข้อเท็จจริงได้ความตามหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.1 ว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายชัยพฤกษ์ ดาวเจริญ และหรือนายวิชาญ จันทร์ศรีทองฟ้องจำเลยแทนเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว คือ ฟ้องคดีแทน หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวต้องปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาท เท่านั้น ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7(ก) แห่งประมวลรัษฎากรหนังสือมอบอำนาจของโจทก์เอกสารหมายจ.1 ปิดอากรแสตมป์มา 30 บาท ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถือได้ว่าครบถ้วนสมบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 แล้วรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยโดยมีทุนทรัพย์66,000 บาท (ตามฟ้อง 69,000 บาท) ไม่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรกนั้น เห็นว่าแม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอาคารพิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 69,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ6,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากอาคารพิพาทแก่โจทก์ก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้เรียกร้องค่าเสียหายนี้มาอย่างเอกเทศในข้อหาอื่น คงเรียกมาเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอาคารพิพาทเท่านั้น เมื่อได้ความว่าในขณะที่ยื่นคำฟ้องอาคารพิพาทมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท จึงเป็นคดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่เป็นข้อเท็จจริงจึงชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th