ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๘๗ (แรม ๑๒ ค่ำเดือน ๑๐) จำเลยสมคบกับปล้นทรัพย์ของนางมี ขอให้ลงโทษ
จำเลยปฏิเสธล
ศาลชั้นต้นสืบนางมีพะยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าทรัพย์ปากเดียว เจ้าทรัพย์เบิกความเกิดเหตุวันขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๑๐ จึงสั่งงดสืบพะยานโจทก์ วินิจฉัยว่าวันเกิดเหตุต่างกับฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรสืบพะยานโจทก์ต่อไป พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การชี้ขาดข้อเท็จจริงเรื่องวันเกิดเหตุว่าจะตรงกับคำฟ้องหรือไม่ จะฟังคำเจ้าทรัพย์ปากเดียวมาชี้ขาดหาควรไม่ เพราะคำเจ้าทรัพย์อาจคลาดเคลื่อนผิดหลงโดยเหตุใดเหตุหนึ่งก็ได้ ทั้งฉะเพาะคดี+เกิดเหตุแล้วรุ่งขึ้นก็สอบสวน พนักงานสอบสวนได้บันทึกวันเดือนไว้ ไม่ว่าจะคลาดเคลื่อนตั้งครึ่งเตือนดังคำเจ้าทรัพย์พิพากษายืนให้สืบพะยานโจทก์ต่อไปแล้ววินิจฉัยชี้ขาดใหม่
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


