ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท เมื่อเดือนธันวาคม2526 จำเลยขออาศัยที่ดินพิพาทจากโจทก์ ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยจึงบอกกล่าวให้จำเลยและบริวารรื้อบ้านออกไป จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์ ขอให้ขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่าฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินเมื่อ พ.ศ. 2527 แต่อ้างว่าจำเลยขออาศัยโจทก์เมื่อ พ.ศ. 2526ขัดแย้งกันขณะที่โจทก์อ้างว่าจำเลยขออาศัยนั้น จำเลยมีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทจากนางนิตยาได้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและจำเลยได้ชำระหนี้ไถ่ถอนการขายฝากให้นางนิตยาแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝาก จำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทไม่ได้ขออาศัยโจทก์ โจทก์และนางนิตยาทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกันโดยฉ้อฉลทำให้จำเลยเสียเปรียบ โจทก์ไม่มีสิทธิขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนบ้านออกไป ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาทคำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องเคลือบคลุม อ้างว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขออาศัยที่ดินพิพาทจากโจทก์เมื่อเดือนธันวาคม 2526 แต่ไม่ได้บรรยายว่าขณะนั้นโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทได้อย่างไร และข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยอาศัยเป็นเวลาก่อนที่โจทก์ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทขัดแย้งกันนั้น โจทก์บรรยายฟ้องถึงการเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยเป็นผู้อาศัย โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยต่อไป จึงบอกกล่าวให้ออกไปจำเลยไม่ยอมออกทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นแล้ว ข้อความที่ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอย่างไร เมื่อใด นั้น เป็นเพียงรายละเอียดที่อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา และที่ฟ้องโจทก์ขัดแย้งกันอยู่บ้างนั้นก็เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจผิดพลาดได้ แต่เมื่ออ่านคำฟ้องทั้งฉบับแล้วก็พอเข้าใจได้ ทั้งจำเลยก็สามารถให้การต่อสู้คดีได้แล้วไม่ถึงกับทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น ตามฟ้องโจทก์อ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทจากนางนิตยาการที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยกู้เงินโจทก์เพื่อนำไปชำระหนี้ไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทจากนางนิตยา และในที่สุดจำเลยตกลงจะโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์หลังจากไถ่ถอนการขายฝากแล้ว โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายกันไว้ ต่อมาเมื่อมีการนำเงินชำระหนี้ค่าไถ่ถอนการขายฝากให้นางนิตยาแล้ว จำเลยไม่มีเงินค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝาก โจทก์ จำเลย และนางนิตยาจึงตกลงกันให้นางนิตยาโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ เป็นการนำสืบถึงที่มาแห่งการซื้อที่ดินพิพาทจากนางนิตยาว่ามีขั้นตอนอย่างไร จนผลสุดท้ายเกิดการโอนที่ดินพิพาทระหว่างนางนิตยากับโจทก์ โดยผลจากการที่โจทก์เป็นผู้ออกเงินค่าที่ดินในการที่ได้ที่ดินพิพาทมาศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีจากพยานหลักฐานดังกล่าว ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นตามคำฟ้อง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th