ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน เนื้อที่10 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา โดยปลูกอ้อยเป็นประจำทุกปีมีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท การทำไร่อ้อยจะต้องใช้ทางสาธารณะผ่านเข้าออกไร่อ้อยของโจทก์ด้วย ต่อมาจำเลยได้ทำลายและปิดกั้นทางสาธารณะเสีย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถเข้าไปทำไร่อ้อยได้ ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน50,000 บาท

จำเลยให้การว่า ที่ดินของจำเลยไม่มีทางสาธารณะ จำเลยใช้ปลูกอ้อยและพืชผัก โจทก์สามารถเข้าออกที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินของโจทก์ได้และปัจจุบันโจทก์ก็ใช้เส้นทางดังกล่าวออกไปสู่ทางสาธารณประโยชน์ ที่ดินของโจทก์ไม่เหมาะสำหรับปลูกอ้อยและมีเนื้อที่เพียง 10 ไร่เศษ หากใช้ทำไร่อ้อยรายได้ของโจทก์สุทธิต่อปีประมาณ 6,000-8,000 บาทเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 20,000 บาทแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยฐานละเมิดโดยจำเลยกระทำการทำลายและปิดกั้นทางสาธารณประโยชน์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางสาธารณะดังกล่าวเข้าไปทำไร่อ้อยในที่ดินของโจทก์ได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวน 50,000 บาทท้ายฟ้องโจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน50,000 บาท จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยปิดกั้นและทำลายทางสาธารณประโยชน์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาว่ามีทางสาธารณประโยชน์อยู่ตามฟ้องหรือไม่นั้น ก็เพื่อวินิจฉัยข้ออ้างอันจะนำไปสู่ข้อหาของโจทก์ที่ว่า จำเลยกระทำการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่เท่านั้น โจทก์หาได้ฟ้องขอให้มีการปลดเปลื้องทุกข์ของโจทก์ในการใช้ทางพิพาทแต่ประการใด เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 20,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่มีทางสาธารณประโยชน์ตามที่โจทก์กล่าวอ้างอันเป็นการอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าเป็นคดีที่ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้แล้วมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์และพิจารณาพิพากษาคดีไปตามอุทธรณ์ของจำเลยนั้นเป็นการไม่ชอบ เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามกฎหมายแล้ว ต้องถือว่าข้อเท็จจริงยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมานั้น จึงไม่ชอบเช่นกัน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกฎีกาของจำเลยคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาให้แก่จำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th