ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 22 กันยายน 2532 ถึงวันที่ 25 กันยายน 2532 มีคนร้ายลักเอาเช็คธนาคารนครหลวงไทยจำกัด สาขากาญจนบุรี ซึ่งเป็นของโจทก์ไปจำนวน 2 ฉบับ คือเช็คเลขที่ 964371 และ 964380 ต่อมาคนร้ายได้นำเช็คดังกล่าวไปเบิกเงินรวมเป็นเงิน 420,000 บาท โดยปลอมลายมือชื่อโจทก์เป็นผู้สั่งจ่ายเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ไม่ได้ตรวจลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายว่าเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของโจทก์หรือไม่ เพราะเขียนผิดไปจากลายมือชื่อโจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลย การที่จำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวไปจำเลยต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 กันยายน 2532ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 31,062.50 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ทั้งสิ้น 451,062.50 บาท โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้จำนวนเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 420,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า ในการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทให้แก่ผู้ที่นำมาขอรับเงินนั้น จำเลยได้ตรวจสอบแล้ว เห็นว่ารายการในเช็คทั้งสองฉบับถูกต้องสมบูรณ์ ประกอบกับโจทก์มิได้มีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงิน จำเลยไม่ได้ประมาทเลินเล่อ การที่เช็คพิพาทถูกลักนั้นเป็นเพราะโจทก์เก็บสมุดเช็คไว้ในที่ไม่ปลอดภัยอันเป็นความผิดของโจทก์เอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากโจทก์ให้บุคคลภายนอกเลียนแบบลายมือชื่อโจทก์แล้วนำมาเบิกเงินอันเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง

โจทก์ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

โจทก์ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า มีผู้ปลอมลายมือชื่อโจทก์เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นเงิน240,000 บาท ฉบับที่ 2 เป็นเงิน 180,000 บาท นำไปเบิกเงินในบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่ธนาคารจำเลยสาขากาญจนบุรี ในวันที่22 กันยายน 2532 และในวันที่ 25 กันยายน 2532 ตามลำดับจำเลยได้จ่ายเงินในบัญชีเงินฝากของโจทก์ไป ปัญหาตามที่โจทก์ฎีกามีว่าจำเลยจะต้องรับผิดชดใช้เงินที่มีผู้มาเบิกเงินไปคืนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยหรือไม่เห็นควรวินิจฉัยปัญหาตามคำแก้ฎีกาของจำเลยก่อนว่า โจทก์ไม่ได้นำเจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมาเบิกความรับรองผลการตรวจพิสูจน์ตามเอกสารหมาย จ.8 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานว่าลายมือชื่อโจทก์ในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเป็นลายมือชื่อปลอมไม่ได้นั้นเห็นว่า ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์คือมีผู้ลักและปลอมลายมือชื่อโจทก์ในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสองฉบับแล้วนำไปเบิกเงินฝากของโจทก์ที่ธนาคารจำเลยพนักงานของจำเลยประมาทเลินเล่อไม่ตรวจลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายว่าเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของโจทก์หรือไม่ แล้วจ่ายเงินไปทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธความประมาทเลินเล่อเท่านั้น ส่วนลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสองฉบับปลอมหรือไม่ จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ ทั้งได้ให้การว่าโจทก์ให้บุคคลภายนอกเลียนแบบลายมือชื่อโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่าลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้งสองฉบับเป็นลายมือชื่อปลอม ดังนั้น โจทก์จึงไม่จำต้องนำเจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสองฉบับมาเบิกความรับรองผลการตรวจพิสูจน์ตามเอกสารหมาย จ.8 อีก

ปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์อยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกข้อลายมือชื่อปลอมนั้นเป็นข้อต่อสู้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1008 เพราะโจทก์ประมาทเลินเล่อในการเก็บรักษาเช็คหรือไม่เห็นว่า การที่โจทก์เก็บรักษาเช็คไว้ในลิ้นชักที่มีกุญแจใส่อยู่ในบ้านและลูกกุญแจแขวนไว้ใต้โต๊ะทำงานเป็นการเก็บรักษาเช็คดังเช่นวิญญูชนจะพึงกระทำตามปกติธรรมดา ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อ การที่พนักงานของจำเลยจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสองฉบับไปแม้จะอ้างว่าไม่ได้ประมาทเลินเล่อ แต่เมื่อลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้งสองฉบับเป็นลายมือชื่อปลอมไม่ใช่ลายมือชื่อของโจทก์ จำเลยจึงหาหลุดพ้นความรับผิดไปไม่ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1008 ทั้งศาลฎีกาได้เปรียบเทียบลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้งสองฉบับตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 กับลายมือชื่อโจทก์ตามตัวอย่างที่ให้ไว้แก่จำเลยเอกสารหมาย จ.2 แม้พิจารณาโดยผิวเผินจะมีส่วนคล้ายคลึงกัน แต่ถ้าพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วจะเห็นได้ไม่ยากว่าคุณสมบัติในการเขียนและรูปลักษณะของตัวอักษรแตกต่างกันในข้อนี้นายไตรภูมิ ธนนาทธนชนพยานจำเลยซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นสมุห์บัญชีของจำเลย สาขากาญจนบุรี และเป็นผู้ตรวจสอบลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายตามเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.5 ก็เบิกความว่าลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.5 มีลักษณะผอมกว่าลายมือชื่อโจทก์ตามตัวอย่างเอกสารหมาย จ.2 และนางสาวยุพิน ประเสริฐกุลพยานจำเลยอีกปากหนึ่งซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นผู้ช่วยหัวหน้าการเงินของจำเลย สาขากาญจนบุรีและเป็นผู้ตรวจสอบลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.4 เบิกความว่านางสาวยุพินมีหน้าที่ตรวจสอบลายมือชื่อในเช็คมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 ศาลฎีกาเห็นว่านายไตรภูมิและนางสาวยุพินปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบลายมือชื่อลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ย่อมมีความชำนาญในการตรวจสอบลายมือชื่อลูกค้ามากกว่าคนธรรมดา หากนายไตรภูมิและนางสาวยุพินได้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยละเอียดรอบคอบตรวจสอบลายมือชื่อตามสมควรก็ต้องทราบว่าลายมือชื่อดังกล่าวเป็นลายมือชื่อปลอม การที่บุคคลทั้งสองซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยไม่ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแต่ละฉบับคืนแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่จำเลยได้หักเงินจากบัญชีของโจทก์เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ แต่โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่25 กันยายน 2532 จึงให้โจทก์ได้รับดอกเบี้ยเพียงเท่าที่โจทก์ขอ

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 420,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของจำนวนเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 20 กันยายน 2533) ต้องไม่เกิน 31,062.50 บาท

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th