ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 58 บวกโทษจำคุกของจำเลยที่เปลี่ยนเป็นคุมประพฤติของจำเลยไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 208/2555 ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง จำคุก 6 ปี และปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปีและปรับ 200,000 บาท บวกโทษจำคุก 14 ปี 6 เดือน ที่ศาลเปลี่ยนเป็นคุมความประพฤติจำเลยไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 208/2555 ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ เป็นจำคุก 17 ปี 6 เดือน และปรับ 200,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกินหนึ่งปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 4 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้มีกำหนด 3 ปีนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดกับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ยกคำขอให้บวกโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้บวกโทษจำคุกของจำเลยที่มีกำหนด 14 ปี 6 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 208/2555 ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ดังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ในคดีก่อนศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชรกำหนดโทษจำคุกจำเลยไว้โดยไม่ได้รอการลงโทษ หากแต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมในสถานพินิจ ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 142 (1) กรณีจึงมิใช่จำเลยได้กระทำความผิดคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ดังที่โจทก์กล่าวและมีคำขอมาในฟ้อง ส่วนที่จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ถูกคุมความประพฤติซึ่งเป็นเงื่อนไขในการปล่อยตัวในคดีก่อนนั้นก็ชอบที่จะว่ากล่าวตามวิธีการที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ไม่อาจนำมาเทียบเคียงว่ากรณีเช่นนี้ของจำเลยเป็นการกลับมากระทำความผิดภายในกำหนดเวลาที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ฉะนั้น แม้คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาให้ลงโทษจำคุกก็ไม่อาจนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษ และไม่คุมความประพฤติจำเลยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1245/2560

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th