ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ 11-12 ปี แล้ว โดยมิได้ทำสัญญาเช่า ต่อมาโจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเช่าเป็นหลักฐาน จำเลยไม่ยอม กลับอ้างว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย จึงขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามีฟ้องคดีโดยมิได้รับอนุญาตจากสามี ฟ้องเคลือบคลุม ที่พิพาทเป็นของจำเลย คดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้จดทะเบียนสมรสกับสามีจึงไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากสามี ฟ้องไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทเป็นของโจทก์ และคดีไม่ขาดอายุความ จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีสามีโดยมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ชอบด้วยกฎหมาย การฟ้องคดีจึงไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามีฟ้องไม่เคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยฐานละเมิด ไม่ได้อาศัยสิทธิการเช่าการที่โจทก์นำสืบถึงการเช่า แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ศาลก็รับฟังพยานบุคคลได้ และฟังว่าคดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ
จึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

