ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าที่ดินของวัดท่าถนนปลูกสร้างห้องแถว ได้ทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าที่ดินดังกล่าวให้โจทก์โดยจำเลยที่ 1 จะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและส่งมอบที่ดินให้โจทก์ภายใน 120 วัน โจทก์ชำระค่าตอบแทนให้จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 540,000บาท ชำระวันทำสัญญา 140,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระเมื่อจำเลยที่ 1โอนสิทธิการเช่าให้โจทก์แล้ว หากจำเลยที่ 1 โอนสิทธิการเช่าไม่ได้ต้องเสียค่าปรับเท่าจำนวนเงินที่ได้รับไป จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์เนื่องจากวัดท่าถนนไม่ยินยอม โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 คืนเงินที่ได้รับไปพร้อมดอกเบี้ยและชำระค่าปรับพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 มิได้ผิดสัญญาเหตุที่ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าได้เพราะโจทก์ขอให้จำเลยที่ 1ระงับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไว้ก่อน เวลาล่วงเลยมาหลายปีจนวัดท่าถนนเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเช่า โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและทำให้จำเลยขาดประโยชน์ที่จะได้รับจากผู้อื่น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินมัดจำและค่าปรับ ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ชำระเงินค่าขาดประโยชน์ 99,600 บาท พร้อมดอกเบี้ย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญาความเสียหายของจำเลยที่ 1 ไม่เกี่ยวกับโจทก์ จำเลยที่ 1 มิได้เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องแย้ง

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 1เป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1ไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ได้ เนื่องจากวัดท่าถนนไม่ยินยอมให้โอนสิทธิการเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 หลีกเลี่ยงไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ และจำเลยที่ 1 ก็จะอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าการชำระหนี้ระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตกเป็นพ้นวิสัย เนื่องจากเหตุอย่างอื่นอันจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมิได้ โจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ตอบแทนกันย่อมไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ซึ่งกันและกันเมื่อโจทก์บอกเบิกสัญญาโอนสิทธิการเช่าแล้วจำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินที่โจทก์ได้ชำระไปแล้วแก่โจทก์ และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับจากจำเลย และการเรียกเงินคืนนี้เป็นกรณีที่โจทก์เรียกเงินคืนจากการเลิกสัญญามิใช่ฐานลาภมิควรได้ จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 มาใช้บังคับมิได้

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th