ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ผู้ให้ ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินคืนให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปและไม่นำ น.ส.3 ไปจดทะเบียนโอนต่อเจ้าพนักงานให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้ออก น.ส.3 ฉบับใหม่แก่โจทก์ด้วย

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้ยกที่พิพาทให้จำเลย ไม่เคยกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทคืนให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันมีคำพิพากษา หากจำเลยไม่ไปโอนให้โจทก์นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปจดทะเบียนโอนได้โดยถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่าจำเลยไม่เคยได้อะไรจากโจทก์เลย ได้มาแต่ที มีปัญหาว่าคำกล่าวดังกล่าวเป็นการกล่าวหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงหรือไม่พิเคราะห์คำเบิกความของนางตาลและนางละคร ซึ่งเบิกความว่า โจทก์พูดขอเงินจำเลย 20,000 บาท จำเลยว่าไม่มีให้และจำเลยพูดว่าจำเลยไม่เคยได้อะไรจากโจทก์เลย ได้มาแต่หี ของที่ได้มาเป็นของพ่อทั้งนั้น แล้วเห็นว่า คำพูดของจำเลยดังกล่าวไม่ได้เน้นให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะก้าวร้าวหรือด่าว่าโจทก์ หากแต่เป็นการพูดลอย ๆเพื่อกระทบกระเทียบเปรียบเปรยด้วยความน้อยใจที่น้องสาวพาโจทก์มาขอเงินจำเลยเสียมากกว่าถือไม่ได้ว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th