ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


เดิมที่พิพาทเป็นที่วังในกรมหลวงชุมพร ฯ ต่อมาบรรดาผู้ที่เคารพนับถือในกรมหลวงชุมพรได้ขอที่นี้จากเจ้าจอมมารดาโหมดและพระองค์เจ้าอาทิตย์ซึ่งเป็นผู้ปกครองที่จัดการสร้างสถานที่ไว้พระรูปในกรมหลวงชุมพรกับรูปเจ้าแม่ทะเล แลเรียกสถานที่นี้กันว่าศาลเจ้าแต่สถานที่นี้หาได้จดทะเบียนเป็นที่กุศลสถานไม่ จำเลยได้เป็นกรรมการจัดการศาลเจ้านี้และอยู่มาในศาลเจ้าประมาณ ๖-๗ ปี บัดนี้ที่ซึ่งปลูกสร้างศาลเจ้านั้นตกได้ แก่โจทก์ทางมฤดก โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยถือว่าศาลเจ้ารายพิพาทเป็นกุศลสถานและเป็นสาธารณะสถานเพราะผู้ที่นับถือเข้าไปเคารพได้แลบางคราวก็มีงิ้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่นั้น ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยก็ไม่มีพะยานมาแสดงว่าเจ้าของที่ได้สละกรรมสิทธิให้ที่พิพาทเป็นกุศลสถานหรือที่สาธารณะ กรรมการจึงเห็นว่าแม้จำเลยจะได้เรียไรเงินมาสร้างด้วยความเลื่อมใสศรัทธาก็ไม่ทำให้เจ้าของเดิมเสื่อมสิทธิหรือสูญสิ้นแห่งกรรมสิทธิในทีนั้น จึงตัดสินยืนตามศาลล่างให้ขับไล่จำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

